เสนอปลดล็อก อ.มหา'ลัยทำวิจัยภาคอุตฯ ไม่บกพร่องหน้าที่ ใช้ขอตำแหน่งวิชาการได้

        สกอ.เสนอปลดล็อกกฎ ก.พ.อ. เอื้ออาจารย์มหาวิทยาลัยทำงานวิจัยภาคอุตสาหกรรมได้เต็มเวลา ไม่ถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมเปิดช่องเอาผลงานวิจัยภาคอุตฯขอตำแหน่งทางวิชาการได้ เล็งหารือมหาวิทยาลัยปรับภาระงานให้สอดคล้อง
 
เสนอปลดล็อก อ.มหา'ลัยทำวิจัยภาคอุตฯ ไม่บกพร่องหน้าที่ ใช้ขอตำแหน่งวิชาการได้
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการ กกอ.
        วันนี้ (21 ต.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) กล่าวว่า ประเด็นการโยกย้ายนักวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักวิจัยในมหาวิทยาลัยไปช่วยสร้างงานวิจัยในภาคอุตสาหกรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้นนั้น ในส่วนของนักวิจัยในมหาวิทยาลัยยังไม่สามารถไปทำงานวิจัยภาคอุตสาหกรรมได้ เต็มตัว เพราะติดกฎระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ที่กำหนดว่าอาจารย์ต้องปฏิบัติภาระงานครบทั้ง 4 ประเภท คือ การวิจัย การสอน บริการทางวิชาการ และการทำนุศิลปวัฒนธรรม
       
       รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า ตนได้หารือกับนา ยกฤษณพงศ์ กีรติกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หาแนวทางปลดล็อกกฎ ก.พ.อ. ให้มีความยืดหยุ่น เพื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยสามารถ สร้างงานวิจัยในภาคอุตสาหกรรมได้เต็มเวลา โดยไม่ถือเป็นความบกพร่องในภาระงานใดภาระงานหนึ่ง ขณะเดียวกัน จะเปิดโอกาสให้นำผลงานวิจัยดังกล่าว มาใช้ในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการสายภาคอุตสาหกรรมได้
       
       “สกอ. คงต้องมาคิดว่าจะปลดล็อกกฎดังกล่าวอย่างไร เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ก.พ.อ. เท่านั้น นักวิจัยที่เป็นอาจารย์ ส่วนหนึ่งยังติดระบบสัญญาจ้างกับมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องมีผลงานเชิงประจักษ์ มิเช่นนั้นจะไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งต้องหารือกับมหาวิทยาลัยดัวยว่าจะปรับภาระงานกันอย่างไรให้สอดคล้อง และสามารถนำหลักการที่ได้ในภาคอุตสาหกรรมมาเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนอย่าง สมบูรณ์ อาทิ ให้นักศึกษาไปเรียนรู้ระหว่างที่อาจารย์ไปทำงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น” เลขาธิการ กกอ. กล่าว
       
       รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า ส่วนการนำงานวิจัยในภาคอุสาหกรรมมาใช้ในการขอเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ อาจจะต้องให้มีหน่วยงานตรวจสอบการทำงานของนักวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่านักวิจัยทำงานวิจัยชิ้นนั้นจริง เพราะงานวิจัยในภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ บางครั้งจึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ต่างจากงานวิจัยทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะตรวจสอบได้จากเอกสาร เพราะจะต้องตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุป ยังต้องหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอีก โดยเฉพาะ ก.วิทย์ ที่อาจต้องมีความร่วมมือให้นักวิจัย ก.วิทย์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษา ระดับปริญญาโทและเอก เพื่อพัฒนางานวิจัย ในด้านดังกล่าวให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
        

 

 

เครดิต นสพ.ผู้จัดการ