สพฐ.เตรียมเปิด ร.ร.กีฬา 3 จ.ชายแดนใต้

สพฐ.เตรียมเปิด ร.ร.กีฬา 3 จ.ชายแดนใต้
        สพฐ.เตรียมเปิด ร.ร.กีฬาใน 3 จ.ชายแดนใต้ โดยคัดร.ร.เบอร์ 3-4 ในปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส จังหวัดละ 1 โรงและสนับสนุนให้เป็นร.ร.ที่เป็นเลิศด้านกีฬา พร้อมเดินหน้ายกร่างหลักสูตรร.ร.กีฬา ในรูปแบบคล้ายกับหลักสูตร EP และหลักสูตรร.ร.ที่เป็นเลิศด้านวิทย์ เผยรับ นร.รุ่นแรกปีการศึกษา 58 ระบุทาบทามให้ “ซิโก้ “ ร่วมเป็นกรรมการในบอร์ดโครงการ
       
       นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สพฐ.จะจัดทำโครงการโรงเรียนส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมจังหวัดละ 1 โรง รวม 3 โรงและพัฒนาเป็นโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬา ทั้งนี้ เป้าหมายของการจัดทำโครงการส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการแก้ปัญหาภาคใต้ ซึ่ง สพฐ.เห็นว่า การส่งเสริมด้านกีฬาสามารถช่วยได้ เด็กในภาคใต้เองก็สนใจทางด้านนี้อยู่มาก ขณะเดียวกัน ก็เป็นการดำเนินการตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
       
       “ตามแผนจะมีการรับนักเรียน รุ่นแรกในปีการศึกษา 2558 ส่วนประเภทกีฬาที่จะส่งเสริมนั้น สพฐ.สำรวจแล้วว่า เด็กในพื้นที่มีความสนใจกีฬา14 ประเภท โดยเฉพาะแบดมินตัน บาสเกตบอลและฟุตบอล ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการขึ้นมาดูแลโครงการนี้โดยเฉพาะ ซึ่ง สพฐ.ได้ทาบทาม “โค้ชซิโก้” นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย มาเป็นบอร์ดและได้รับการตอบรับจากแล้ว ทาง โค้ชซิโก้ ยังบอกด้วยว่า พร้อมจะลงไปให้ช่วยฝึกซ้อมให้ข้อแนะนำ รวมถึงอาจจะนำนักกีฬาไปร่วมฝึกซ้อมและเป็นกำลังใจให้เด็กด้วย “ นายกมล กล่าว
       
       เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ระหว่างนี้ สพฐ.เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อยกร่างหลักสูตรโรงเรียนกีฬา ทำเป็นหลักสูตรเฉพาะในลักษณะเดียวกับหลักสูตรอิงลิชโปรแกรม( EP )หรือหลักสูตรสำหรับโรงเรียนเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ นักเรียนจะได้เรียนวิชาสามัญตามปกติและเรียนกีฬาเป็นวิชาเอก เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว เด็กจะมีช่องทางนอนาคตได้ 3 แบบ คือ เป็นนักกีฬาอาชีพ ซึ่งเส้นทางความก้าวหน้าขึ้นกับความสามารถของเด็ก แต่ถ้าเด็กถนัดทฤษฎีมากกว่า สามารถเลือกเรียนต่อทางวิทยาศาตร์การกีฬา, คณะครุศาสตร์ เอกพลศึกษา เพื่อทำงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการการกีฬา รวมทั้ง นักเรียนอาจเลือกศึกษาต่อในคณะอื่นๆ ได้ เพราะเรียนวิชาสามัญมาเช่นกัน
       
       “การเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนั้น จะไม่ดึงโรงเรียนประจำจังหวัดร่วมโครงการ แต่จะเลือกโรงเรียนเบอร์ 3 หรือ 4 ในจังหวัดแทน เช่น โรงเรียนประจำอำเภอ โรงเรียนประจำตำบล เบื้องต้นวางแผนจะเปิดโรงเรียนกีฬาจังหวัดละ 1 โรง แต่อาจมีการเปิดเพิ่มถ้ามีโรงเรียนสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ทั้งนี้ สพฐ.ยังมีแผนเปิดโรงเรียนเป็นเลิศด้านนาฏศิลป์ในภาคเหนือด้วย”นายกมล กล่าว
        

 

เครดิต : ผู้จัดการ