ชงลดสอบ O-Net เหลือ 5 วิชา เผย

            สทศ.  ชงปรับลดสอบ O-Net เหลือ 5 กลุ่มสาระฯ จากเดิม 8 กลุ่มสาระฯ สทศ.ยังออกสอบเอง 4 กลุ่มสาระฯ ยกเว้นกลุ่มสังคมฯ จะแบ่งออกสอบ 2 ส่วน โดยส่วนแรก สทศ.เป็นผู้ออกข้อสอบเน้นวัดความรู้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและวัดความคิดสร้างสรรค์ ส่วนที่สอง วัดภาคปฏิบัติ วิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ให้ ร.ร.เป็นผู้ออกข้อสอบ เผยส่งให้ “ณรงค์” พิจารณาแล้ว “สัมพันธ์” เผยต้องถามความเห็น ทปอ.ด้วย เหตุออาจกระทบกับคะแนนที่ใช้เป็นองค์ประกอบในแอดมิชชัน    
       

       
       วันนี้ (31 ม.ค.) ที่สนามสอบโรงเรียนราชวินิต (ประถม) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และนายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เดินทางตรวจเยี่ยมการทดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-Net ประจำปีการศึกษา 2557 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีนายบัณฑิต พัดเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตให้การต้อนรับ
       
       ทั้งนี้ การสอบ O-Net ปีการศึกษา 2557 ระดับป.6 สอบเพียง 1 คือวันที่ 31 มกราคม 2558 มีนักเรียนมีสิทธิ์สอบ 795,372 คน โดยสอบใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา และพลศึกษา ศิลปะ และการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่ง สทศ.จะประกาศผลการสอบวันที่ 15 มีนาคม 2558 ส่วนะดับม. 3 สอบ 2 วัน คือ วันที่ 31 มกราคมและ 1 กุมภาพันธ์ 2558 มีนักเรียนมีสิทธิ์สอบ 717,962 คน โดยวันแรกสอบ 3 กลุ่มสาระฯ คือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ประกาศผลสอบวันที่ 16 มีนาคม 2558
       
       นพ.ธีระเกียรติ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยม ว่า การจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่ได้รับรายงานการทุจริต ที่ผ่านมา ศธ.ตั้งเป้าว่าในปีการศึกษา 2561 คะแนนการ O-Net ใน 5 วิชาหลักจะต้องไม่ต่ำกว่า 50% ซึ่งเท่าที่ดูขณะนี้ยังเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเพราะคะแนนภาพรวมยังไม่ถึง 30% โดยตนเชื่อว่าการเพิ่มคะแนนO-Netคงไม่สามารถเพิ่มถึง50% ได้ทันที ต้องพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่ควรไปปรับลดเป้าหมาย และควรตั้งมาตรฐานให้สูง เพราะประเทศที่มีการพัฒนาด้านการศึกษาที่ดีจะตั้งเป้าหมายให้สูง และพยายามก้าวไปถึงจุดนั้นให้ได้
       
       ทั้งนี้ ในส่วนที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบให้ สทศ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือปรับลดการสอบ O-Net ลงนั้น ขณะนี้ทุกฝ่ายมีมติร่วมกันว่าควรจะปรับลดการสอบ O-Netจากเดิม 8 กลุ่มสาระฯ ให้เหลือ 5 กลุ่มสาระฯ ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษาฯ ซึ่ง สทศ.จะเป็นผู้ออกข้อสอบตามเดิมใน 4 กลุ่มสาระฯ หลัก แต่ในส่วนกลุ่มสาระฯ สังคมศึกษาฯ จะแบ่งการสอบเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก เป็นการวัดความรู้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ซึ่งอาจจะเป็นการวัดในเชิงความจำ อาทิ ประเทศไทยมีกี่จังหวัด รวมทั้งวัดความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบคำถามจะให้เด็กคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่การถามความจำ ซึ่งส่วนนี้ สทศ.จะเป็นผู้ออกข้อสอบ และส่วนที่ 2 เป็นการสอบภาคปฏิบัติในวิชา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศาสนาวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องใช้ทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ดังนั้น จึงต้องให้โรงเรียนซึ่งมีความใกล้ชิดกับเด็กเป็นผู้ออกข้อสอบเอง
       
       “การปรับลดครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งจะให้โรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกข้อสอบด้วย แต่ รมว.ศึกษาธิการ ก็ยังมีความกังวลอยู่ว่าหากให้โรงเรียนจัดสอบเอง ก็อาจจะมีการช่วยเหลือเด็กเพื่อให้ได้คะแนนดี ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นการสอบก็จะไม่ได้มาตรฐาน เพราฉะนั้น สพฐ.ก็จะต้องไปหาวิธีการประเมินเพื่อให้การจัดสอบในส่วนนี้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สทศ.ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาแล้ว และคาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งต่อไปเพื่อพิจารณาและหากที่ประชุมเห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้ทันที
       
       ด้าน รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า การปรับลดการสอบ O-Net ครั้งนี้ต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งใช้คะแนน O-Net 8 กลุ่มสาระฯ เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือ แอดมิชชัน ด้วย 30% หากปรับลดเหลือ 5 กลุ่มสาระฯ คะแนนจะไม่ถึงตามที่กำหนดไว้ จึงต้องไปหารือกับทปอ.ด้วยว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับการปรับลดครั้งนี้ เพราะตามหลักการ หากทปอ.จะปรับเปลี่ยนองค์ประกอบในการแอดมิชชันจะต้องประกาศล่วงหน้า 3 ปี เพื่อให้เด็กได้เตรียมความพร้อม
       
       ขณะที่ นายกมล กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำงานร่วมกับสทศ.ในการเตรียมพร้อมเพื่อเพิ่มคะแนนO-Netของนักเรียน ซึ่งการสอบในครั้งนี้จะทำให้รู้จุดอ่อน จุดแข็งของแต่ละพื้นที่ เพื่อจะได้ไปปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนให้ดี และเพิ่มคะแนน O-Net ให้ได้ตามเป้าหมาย  
       

 

 

เครดิต : ผู้จัดการออนไลน์