จ่อถก สทศ.ก่อนฟันธงประกาศลดโอเน็ต

 

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการปรับลดการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) จากเดิม 8 กลุ่มสาระเหลือ 5 กลุ่มสาระ ว่า ได้พิจารณารายละเอียดที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เสนอมาแล้ว ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ตนได้เคยหารือกับ สทศ.ไว้ว่าจะลดการสอบโอเน็ต 3 กลุ่มสาระจาก 8 กลุ่มสาระเหลือเพียง 5 กลุ่มสาระหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษา ไทย และสังคมศึกษา ที่จะจัดสอบโดยใช้ข้อสอบส่วนกลางของ สทศ. ส่วน 3 กลุ่มสาระที่ปรับลดเด็กก็ยังต้องสอบอยู่ไม่ได้ทิ้ง เพียงแต่จะให้ทางเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเอง โดยขณะนี้ตนยังไม่ได้ฟันธงว่าจะเริ่มปีไหนอย่างไร แต่จะนัดหารือกับ สทศ.อีกครั้ง ว่าการประกาศใช้ควรเริ่มในปีใด

ต่อข้อถามว่า เรื่องนี้จะต้องมีการประกาศล่วงหน้า 3 ปีหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ในความเห็นของตนมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอไปอีก 3 ปี เพราะเด็กต้องสอบโอเน็ตอยู่แล้ว แต่ เรื่องนี้จะขอหารือกับทาง สทศ.อีกครั้ง เพราะมีหลายคนให้ความเห็นว่าจะต้องประกาศล่วงหน้า 3 ปี ใน ขณะที่ตนยังมองไม่เห็นความจำเป็น เพราะหากจะเริ่มในปี 2559 ก็สามารถที่จะประกาศให้เด็กได้รับ ทราบเพื่อเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ อย่าไรก็ตาม คงต้อง รอหารือในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะอาจจะมีเหตุผลลึกๆที่ตนยังไม่ทราบ

นายเมธชนนท์ ประจวบลาภ ตัวแทนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มเครือข่ายยุวทัศน์ กทม. เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้เป็นตัวแทนนักเรียนยื่นฟ้อง รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการ กพฐ.ต่อศาลปกครองกลาง กรณีกระทรวง ศึกษาธิการออกประกาศเรื่องการปรับสัดส่วนการใช้โอเน็ตเป็นองค์ประกอบหนึ่งใน การตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยปีการศึกษา 2557 กำหนดให้ใช้ผลการเรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษาและผลคะแนนโอเน็ตที่จัดโดย สทศ.70 : 30 และปีการศึกษา 2558 เพิ่มเป็น 50 : 50 โดยขอให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว และขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินนั้น ศาลได้เรียกตนไปให้ถ้อยคำเมื่อวันที่ 16 ก.พ. และศาลได้ยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน เพราะเห็นว่ายังมีเวลาในการพิจารณาจึงต้องรอว่าศาลจะตัดสินอย่างไร.

 

ที่มา : ไทยรัฐ