กระทรวงครูโชว์ 6 ผลงานหลักรอบ 6 เดือน “ณรงค์” พอใจทุกหน่วยงาน

        กระทรวงครู โชว์ 6 กลุ่มผลงานรอบ 6 เดือน อาทิ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา - การเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม เพิ่มโอกาส นร. กว่า 1 ล้านคนเข้าถึงการศึกษา พร้อมวางระบบการพัฒนา - ผลิตครู เพื่อแก้ปัญหาครู การจัดการศึกษาทวิภาคี “ณรงค์” ชี้ภาพรวมพอใจการทำงานทุกองค์กร รับไม่กล้าประเมินคะแนนตัวเอง ขอให้คนภายนอกประเมินเหมาะกว่า พร้อมหยอดงานการศึกษาคงไม่สามารถเห็นผลได้ใน 3 - 6 เดือน
 
กระทรวงครูโชว์ 6 ผลงานหลักรอบ 6 เดือน “ณรงค์” พอใจทุกหน่วยงาน
ภาพกลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.
        วันนี้ (23 เม.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พร้อมด้วย นายกฤษณพงศ์ กีรติกร พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.แถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของ ศธ. ในรอบ 6 เดือน ว่า ระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ศธ. ได้เร่งแก้ไขปัญหาที่สะสมมายาวควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบการ ศึกษาระยะยาว โดยยึดตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งสรุปเป็นผลงานของ ศธ. 6 กลุ่มหลัก ดังนี้ กลุ่มที่ 1. พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ โดยตั้งเป้าในปีการศึกษา 2558 จะเป็นปีปลอดเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีเด็กกว่า 2 หมื่นคน กระจายอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนชายขอบ ที่ยังมีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย มาเป็นแบบแจกลูกสะกดคำ เป็นต้น ปรับปรุงหลักสูตรและการทดสอบ บรรจุวิชาประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง และค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการไว้ในหลักสูตรและปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมกับช่วงวัย ลดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) เหลือ 5 กลุ่มสาระวิชา ให้โรงเรียนลดกิจกรรมที่ดึงครูออกจากห้องเรียนให้เหลือไม่เกิน 10% ของเวลาเรียนทั้งหมด เป็นต้น
       
       กลุ่มที่ 2 ลดความเหลื่อล้ำทางการศึกษา ขยายผลโครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีโรงเรียนได้รับประโยชน์แล้ว 15,369 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนทั้งสิ้น 1,015,974 คน และกำลังขยายผลเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาได้มากขึ้น กลุ่มที่ 3 การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่ง แก้ปัญหาขาดแคลนครู ผลักดันให้คุรุสภาผ่อนผันให้ผู้ที่จบในสาขาขาดแคลนมาสอบเป็นครูผู้ช่วยได้ ปรับปรุงหลักเกณฑ์การโยกย้ายและการเลื่อนวิทยฐานะ ลดวิธีการประเมินที่ทำให้ครูต้องทิ้งห้องเรียนมาประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของเด็กแทน รวมถึงนำโครงการคุรุทายาทกลับมาดำเนินการอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู และแก้ปัญหาหนี้สินครู โดยดำเนินการใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ประสานผู้เกี่ยวข้องชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดี และให้มีการชำระหนี้เฉพาะเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี ระยะปานกลาง ให้ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ภาวะใกล้วิกฤตมียอดค้างชำระมากกว่า 12 เดือน และระยะยาว ช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นดี โดยพิจารณาลดดอกเบี้ยและส่งเสริมวินัยททางการเงินเพื่อชีวิตที่ดี
       
       พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ 4 การผลิตและพัฒนาคนรองรับการพัฒนาประเทศ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือกับภาคเอกชน จัดการศึกษาทวิภาคี จัดทำโครงการทุนช่างเทคนิคและนักปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาความรุนแรงของนักเรียนอาชีวศึกษา โดยจัดทำหลักสูตรเตรียมอาชีวะ กลุ่มที่ 5 การปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ศธ. ให้ความสำคัญโดยดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สนช. และซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษาที่มีนายกฯ เป็นประธาน โดยให้ความสำคัญกับการปฏิรูปในห้องเรียน จัดทำแนวทางการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ และกลุ่มที่ 6 การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมอาเซียนในภูมิภาค 13 แห่ง
       
       “ส่วนตัวผมรู้สึกพอใจกับการทำงานแก้ ปัญหาการศึกษาของแต่ละองค์กร และหน่วยงานของ ศธ. ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในสังกัด แต่ถ้าให้ผมให้คะแนนตัวเองคงไม่สามารถประเมินได้ คงต้องให้คนภายนอกเป็นผู้ประเมิน แต่ต้องยอมรับว่าการทำงานของ ศธ. ไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีภายใน 3 - 6 เดือน เพราะการปฏิรูปการศึกษา ในคราวนี้ ศธ.เน้นปฏิรูปการเรียนรู้จากห้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอย่างต่อเนื่อง ต่างจากการปรับโครงสร้างที่จะเห็นผลในทันที แต่เป้าหมายสำคัญสูงสุด.คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้ มีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความยึดมั่นในสถาบัยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งทีความพร้อมที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เกิด ความยั่งยืนต่อไป” พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ