“ดาว์พงษ์” สั่ง สพฐ.เดินเครื่องลดชั่วโมงเรียน

 

      “ดาว์พงษ์” สั่ง สพฐ. นำร่องลดชั่วโมงเรียน 10% ของโรงเรียน 38,000 โรง เริ่มเทอม 2 ให้การบ้าน สอศ. ขยายการเรียนระบบทวิภาคีเน้นสถานบันที่เด็กตีกันบ่อย หวังลดปัญหาทะเลาะวิวาท
       
       วันนี้ (26 ส.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. ว่า ผู้บริหารองค์กรหลัก ของ ศธ.ได้รายงานข้อมูลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้ฟังคิดว่าโครงการต่าง ๆ น่าจะเริ่มเห็นผลในทางปฏิบัติได้อีกไม่ช้านี้ โดยเฉพาะเรื่องการลดเวลาเรียนของนักเรียน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เริ่มไปบ้างแล้วในระดับประถมศึกษา แต่ยังมีบางจุดที่ต้องเติมเต็ม เพื่อให้เห็นผลชัดเจน เช่น การลดชั่วโมงในวิชาหลักลง เพื่อให้นักเรียนได้กลับบ้านหรือมีเวลาทำกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้มากขึ้น รวมถึงให้เน้นการอบรมครูให้เข้าใจและจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับ เจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เห็นผลภายในภาคเรียนที่ 2/2558 อีกทั้งให้โจทย์ สพฐ. ไปว่าให้นำร่องลดเวลาเรียนให้ได้ 10% ของโรงเรียนทั้งหมด 38,000 โรง โดยเน้นที่ระดับประถมศึกษาก่อน
       
       พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ตนขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขยายการเรียนการสอนระบบทวิภาคีเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นสถาบันที่มีปัญหาทะเลาะวิวาทบ่อย ๆ หากเด็กมีทางเลือกที่ดีกว่า เรียนไปทำงานไปมีรายได้เด็กจะไม่ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขอให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) แต่ละแห่งมีจุดเด่นในการผลิตผู้เรียนในแต่ละสาขาอาชีพเฉพาะทางแตกต่างกันออก ไป รวมถึงต้องวางแผนจัดระบบรองรับเด็กที่อยู่ห่างไกล และอยากเรียนในสาขาที่ มทร. มีความชำนาญเฉพาะด้าน เช่น การต่อเรือ ต้องมีสถาบันหลัก สถาบันรองรองรับในการสอนสาขาอาชีพดังกล่าว เป็นต้น
       
       “โดยภาพรวมการทำงานของแต่ละองค์กร ในขณะนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาล ผมจึงเน้นเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเป็นหลัก ส่วนการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ต้องทำควบคู่กันไป โดยเร็ว ๆ นี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (สกสค.) องค์การค้าฯ และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มาพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหาของที่ผ่าน และต้องดูว่ามีอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการต่อไป” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

 

ที่มา : ผู้จัดการ