ปี 59 รับ นศ.คุรุทายาทรุ่นแรก 4,500 คน

 
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2558 รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาครูและบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งพัฒนาระบบการสรรหาและปัญหาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายในเรื่องการผลิตและพัฒนาครู โดยที่ประชุมได้มีการหยิบยกโครงการคุรุทายาทขึ้นมาหารือกัน ซึ่งหลักการของโครงการคือ การหาคนดี คนเก่ง และตั้งใจเป็นครูจริงๆมา
 
เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อเร็วๆนี้ได้มีข้อสรุปว่าจะมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำบัญชีอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการของครูเป็นรายโรงเรียนเพื่อส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นำไปให้เครือข่ายอุดมศึกษา 9 เครือข่ายที่แบ่งไว้เป็นภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ไปใช้เป็นข้อมูลดูว่ามหาวิทยาลัยไหนรับผิดชอบโรงเรียนอะไรในพื้นที่นั้นๆ แล้วให้ค้นหาเด็กในพื้นที่ที่มีแวว และมีความตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นครูมาส่งเสริม และให้เข้าโครงการคุรุทายาทในมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อรับไปบรรจุในโรงเรียนนั้นๆ เมื่อสำเร็จการศึกษาต่อไป โดยมหาวิทยาลัยจะคอยติดตามดูแลเด็กตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิตจนถึงการบรรจุเป็นครู และให้การพัฒนาอย่างต่อเนื่องในขณะที่ทำการสอนอยู่ในโรงเรียนด้วย
 
“ถ้าดำเนินการได้ตามแนวทางนี้ จะทำให้ได้คนดี คนเก่งเข้าไปทำงานในพื้นที่ที่ต้องการจริงๆ และระหว่างที่ศึกษาอยู่เด็กก็จะได้มีเวลากลับไปท้องถิ่น เพื่อไปดูโรงเรียนของตัวเองที่จะไปสอน โดยมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบจะเข้าไปดูด้วย ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการกระตุ้นให้แต่ละมหาวิทยาลัยต้องแข่งขันกันด้วยว่า ใครทำได้ดีไม่ดี ซึ่งจะเห็นได้จากผลผลิตที่ออกมา โครงการนี้ถือเป็นโครงการรูปแบบใหม่ ที่เด็กจะรู้ตัวเองเลยว่า จะต้องบรรจุที่ไหนตั้งแต่ เข้าเรียน ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เลือกแต่คนเก่ง คนดี อีกทั้งโครงการนี้จะไม่คัดเลือกเฉพาะเด็กยากจน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะยากจนหรือไม่ก็เข้าโครงการนี้ได้ เมื่อเรียนจบก็จะให้ทำงานใช้ทุนในพื้นที่เป็นเวลา 4 ปี จึงจะมีสิทธิขอย้ายได้” ปลัด ศธ. กล่าวและว่า โครงการนี้จะเป็นโครงการต่อเนื่อง 10 ปี (ปีการศึกษา 2559-2569) โดยปีแรกในปี 2559 รับนักเรียนทุนจำนวน 4,500 ทุน ทั้งนี้ จะเสนอ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป.
 
 
ที่มา : ไทยรัฐ