"ดาว์พงษ์”สั่งการบ้านขยับสอบแกต-แพต

 
วันนี้ (18 เม.ย.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่ง ประเทศไทย (ปอมท.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการสร้างหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาว่าควรมีแนว ทางใดบ้าง นอกจากนี้ยังได้หารือถึงเรื่องการเปิด-ปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย ซึ่งในประเด็นนี้ตนขอฟังความเห็นจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศ ไทย(ทปอ.)ก่อน หากจะต้องปรับแก้อะไรต้องฟังหลักการเหตุผลให้ชัดเจน 
 
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ตนได้ฝากเป็นการบ้านให้ไปพิจารณาเรื่องการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบัน อุดมศึกษาด้วยระบบระบบการรับตรง ว่า มีแนวทางใดที่จะลดภาระเด็กและผู้ปกครองได้บ้าง โดยอาจจะมีการปรับห้วงเวลาการสอบให้เกิดความเหมาะสม แม้จะยังปรับระบบการสอบทั้งหมดไม่ได้ แต่การวิ่งสอบหลายที่ตลอดทั้งปีของเด็กจะต้องลดลง เช่น การทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ แกต และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ แพต ครั้งแรก ที่เดิมจะสอบในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเด็กยังเรียนไม่จบชั้น ม.6 มาจัดสอบในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเด็กจบ ม.6 แล้ว เพื่อให้เด็กได้เรียนในห้องเรียนอย่างเต็มที่ ไม่พะวงการสอบ แต่ ทปอ.ก็ยังจัดสอบได้ปีละสองครั้งเช่นเดิม 
 
รศ.ดร.ชัยวุฒิ ฉัตรอุทัย ประธาน ปอมท.กล่าวว่า ประเด็นการสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสถาบันอุดมศึกษา นั้น ปอมท.ได้เสนอแนะไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการสรรหาคัดเลือกบุคคลมาเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี รวมถึงกำหนดให้มีกลไกลการตรวจสอบประเมินการทำงานของอธิการบดีและผู้บริหาร มหาวิทยาลัย รวมทั้งสภามหาวิทยาลัย โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากผู้แทนประชาคม ฝ่ายบริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ ขณะเดียวกันควรกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เพื่อใช้กำกับดูแลมหาวิทยาลัย เช่น นายกสภามหาวิทยาลัย ดำรงตำแหน่งในเวลาเดียวกันได้ไม่เกิน 1 มหาวิทยาลัย และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันได้ไม่เกิน 2 วาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดำรงตำแหน่งในคราวเดียวกันได้ไม่ได้เกิน 3 มหาวิทยาลัย และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันได้ไม่เกิน 2 วาระ และอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัย ต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีและดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันไม่ได้ไม่เกิน 2 วาระ 
 
ประธาน ปอมท.กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการเปิด-ปิดภาคเรียนตรงกับกลุ่มประเทศอาเซียน ได้ทำแบบสำรวจไปยังมหาวิทยาลัยเครือข่าย 27 แห่ง พบว่า ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุนการเรียนการสอน และนักศึกษา ไม่เห็นด้วยกับการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน เนื่องจากเป็นการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนนั้น เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด การเรียนการสอน การใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนกับมหาวิทยาลัยในกลุ่มอาเซียนจะเป็นจริง หรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ ทั้งนี้ การบ้านที่ รมว.ศึกษาธิการ ให้ไปดำเนินการในเรื่องรับตรง ปอมท.จะรีบนำข้อสรุปมาเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาอีกครั้ง.“
 
 
ที่มา : เดลินิวส์