ชี้สารพัดปัญหา-มติยกเลิก เปิดภาคเรียนตามอาเซียน

ผลวิจัยเปิดภาคเรียนตามอาเซียน ระบุชัดส่งผลกระทบอย่างมาก ไม่เห็นด้วยร้อยละ 86.33 ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) มีมติกลับไปใช้เปิดเรียนตามเดิม ชี้กำหนดเปิดภาคเรียนเป็นอำนาจสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง

วันนี้( 25 เม.ย.) ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เปิดเผยว่า ในการประชุม ทปสท. เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้เสนอผลการวิจัยเรื่อง “ผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนการเปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษา ภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ซึ่งได้สำรวจความคิดเห็นที่ของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รวม 48 สถาบัน พบว่า ร้อยละ 86.33 ไม่เห็นด้วยกับการให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังคงเปิด-ปิดภาคเรียน ตามกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ร้อยละ13.67 เห็นด้วยเปิด-ปิดภาคเรียนตามกลุ่มภูมิภาคอาเซียน เมื่อถามการเปิด-ปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยตามภูมิภาคอาเซียน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต อาชีพ ขนบธรรมเนียม ประเพณี สังคมและวัฒนธรรมของไทย พบว่า ร้อยละ 62.33 คิดว่าส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต อาชีพ ขนบธรรมเนียม ประเพณี สังคมและวัฒนธรรมของไทย ร้อยละ 37.67 คิดว่าไม่ส่งผลกระทบ 
 
ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อจำแนกรายภูมิภาคพบว่า ทุกภูมิภาคมีผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนการเปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษา โดยภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ภาคเหนือ รองลงมา คือ ภาคใต้ ถัดไป คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังพบว่า ผลที่ได้จากการที่สถาบันอุดมศึกษาปรับเปลี่ยนการเปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษาตามมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียนน้อยที่สุด ได้แก่ นักศึกษาสามารถไปศึกษาต่อต่างประเทศมากขึ้น รองลงมา สถาบันมีการแลกเปลี่ยนอาจารย์มากขึ้น การแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศมากขึ้น มีนักศึกษาต่างชาติมาศึกษามาศึกษาในสถาบันการศึกษาของไทยมากขึ้น และความเป็นสากลสอดคล้องกับประชาคมอาเซียน
 
“จากผลการวิจัยดังกล่าวและผลการหารือกันของทปสท. พบว่าการเปิดภาคเรียนตามอาเซียนส่งผลกระทบและเกิดปัญหามาก ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้สถาบันที่เป็นสมาชิก ทปสท. ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กลับมาเปิดภาคเรียนตามเดิม อย่างไรก็ตามอำนาจในการกำหนดช่วงเวลาเปิดภาคเรียนอยู่ที่สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ดังนั้นจากนี้ต้องรอดูว่าสถาบันจะตัดสินใจอย่างไร และภายในสัปดาห์นี้ ทปสท. จะเสนอผลวิจัยและมติดังกล่าวให้ รมว.ศึกษาธิการ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(ทปอ.มรภ.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ทปอ.มทร.) รวมทั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนการเปิด-ปิดภาคเรียนให้มีความเหมะสมสอดคล้องกับบริบท เพื่อลดปัญหาการศึกษาไทยต่อไป” ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว 
 
 
 
ที่มา : เดลินิวส์