‘บิ๊กหนุ่ย’ ค้าน ทปอ. ไม่เลื่อนเกณฑ์ทหาร หวั่นโกลาหลทั้งระบบ

วันนี้(28 เม.ย.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)ทบทวนการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน โดยขอให้มหาวิทยาลัยกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนในช่วงเวลาเดิม แต่ ทปอ.ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนในช่วงนี้ ว่า ตนจะไปหารือกับ ทปอ.ก่อน แต่ไม่ขอตอบว่าส่วนตัวรู้สึกอย่างไร เพราะจะเป็นการชี้นำ ต้องนำผลวิจัยและความคิดเห็นของหลาย ๆ ส่วนมาพิจารณาประกอบกัน ฟังกันด้วยเหตุด้วยผล แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ ขณะนี้มหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมด 100 กว่าแห่งเลื่อนการเปิด-ปิดภาคเรียนไปแล้ว ดังนั้นการจะให้กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามช่วงเวลาเดิมจึงต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อน เพราะขยับช่วงเปิด-ปิดภาคเรียนที่ผ่านมาก็เป็นเพราะนโยบายของอดีตรมว.ศธ.ที่ขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างไรก็ตตามตนอยากให้ได้ข้อยุติเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะนักเรียน นักศึกษาต่างรอฟังข้อสรุปเรื่องนี้อยู่

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ ทปอ.ประสานไปยังกระทรวงกลาโหม (กห.) ขอให้เลื่อนการตรวจเลือกทหารกองเกิน หรือการเกณฑ์ทหารออกไปนั้น ตนเห็นว่า การเกณฑ์ทหารในช่วงเดือนเมษายน ถือว่าเหมาะสมดีอยู่แล้ว หากเปลี่ยนไปช่วงเวลาอื่น จะทำให้เกิดความโกลาหล อลหม่าน และการเกณฑ์ทหารกับช่วงเวลาการเปิด ปิดภาคเรียนตามประเทศอาเซียนของ ทปอ.ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรทั้งสิ้น นักศึกษายังสามารถขอผ่อนผัน การเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารได้ ส่วนที่นักศึกษาแย้งว่า หากยังเกณฑ์ทหารในช่วงเวลาเดิม ซึ่งเด็กไม่จบการศึกษาจะทำให้เกิดปัญหา และความยุ่งยากในอนาคตนั้น ตนไม่เห็นด้วย นักศึกษาจะทำอะไรตามใจตัวเองทุกอย่างไม่ได้ จะมาแก้กฎเกณฑ์ให้ตัวเองสบาย จะทำให้เกิดความยุ่งยากและมีผลกระทบหลายเรื่อง และถ้าเลื่อนการเกณฑ์ทหารออกไป จะต้องไปเปลี่ยนวงรอบการฝึกของทหารไปทั้งระบบ ทั้งการฝึกภายในประเทศ และการฝึกร่วมกับต่างประเทศ ซึ่งได้ทำความร่วมมือกันไว้ก็จะต้องเปลี่ยนตามไปทั้งหมด

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ผู้ปกครอง และสถานศึกษาต้องการให้ทางกองทัพบก (ทบ.) เพิ่มจำนวนรับนักเรียนเข้าศึกษาในหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร หรือ ร.ด. เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าหลักสูตรดังกล่าวช่วยฝึกระเบียบวินัย และความรับผิดชอบให้กับเด็กและเยาวชนที่เข้าเรียน นั้น ในระหว่างที่ตนยังดำรงตำแหน่งในกองทัพก็พอจะทราบถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวอยู่พอสมควร แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าการจะเปิดรับเยาวชนเข้ามาเป็นนักศึกษาวิชาทหารเพิ่มได้หรือไม่นั้นก็ต้องคำนึงถึง ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมของทบ.ว่ามีขีดความสามารถในการจัดการเรียนการสอนได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งในแง่ของงบประมาณที่รัฐบาลจัดสนับสนุน และครูผู้ฝึกสอนว่ามีเพียงพอหรือไม่

"ผมเห็นตรงกับผู้ปกครอง และสถานศึกษาที่มองว่าหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารช่วยสร้างระเบียบ วินัย และความรับผิดชอบ ให้กับเยาวชนได้ แต่ก็เข้าใจทางกองทัพที่มีข้อจำกัดเรื่องขีดความสามารถในการจัดการเรียนการสอน อย่างไรก็ตามผมจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาดูว่าจะสามรถผลักดันให้ทางกองทัพเพิ่มจำนวนการรับนักศึกษาวิชาทหารเพิ่มอีกได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักศึกษาที่เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในโรงเรียนอาชีวศึกษาที่พบว่ามีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง"พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

 

ที่มา : เดลินิวส์