ร่างพ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรมคืบหน้า

วันนี้ ( 17 พ.ค.) ที่วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมบัณฑิต (ประยุร ธมฺมจิตฺโต ) กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) และกรรมการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม ในฐานะประธานการประชุมเพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ ขอความเห็นจากสำนักงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) กล่าวว่า ตามที่ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พศ.ขอความเห็นเกี่ยวกับ มาตรา 7 และมาตรา 18 ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณ และการเทียบวิทยฐานะทางการศึกษา นั้น ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วยผู้แทนปลัด ศธ. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษ(สกอ.) ผู้แทนสภาการศึกษา และสำนักงบประมาณ ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของมาตรา 7 และมาตรา 18 โดยจะมีการปรับเนื้อหาบางส่วน จากนั้น จะส่งให้สพฐ. และสกอ. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง ก่อนจะเสนอให้มส.ได้พิจารณา

ด้าน นายชยพล พงษ์สีดา รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า เนื้อหาในมาตรา 18 ได้กำหนดไว้ว่า การศึกษาพระปริยัติธรรม เป็นการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ดังนี้ 1.การศึกษาพระปริยัติ แผนกธรรมสนามหลวง เป็นการศึกษาระดับม.ต้น 2. แผนกบาลีสนามหลวง ชั้นเปรียญธรรม(ป.ธ.) 3 ประโยค เป็นการศึกษาระดับ ม.ปลาย 3. ชั้นป.ธ. 4-6 เป็นการศึกษาระดับปริญญาตรี 4. ชั้นป.ธ.7-8 เป็นการศึกษาระดับปริญญาโท และ.5 ชั้นป.ธ.9 เป็นการศึกษาระดับปริญญาเอก ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าให้เพิ่มเนื้อหามาตรา 8 ในส่วนของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมที่จะต้องมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจาก สพฐ. สกอ. และหน่วยงานด้านการศึกษาอื่นมาร่วมด้วย ส่วนในมาตรา 18 ให้เพิ่มเนื้อหาแบ่งการศึกษาให้ชัดเจน เป็นการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และการศึกษานอกภาคบังคับ จะเน้นการศึกษาตามหลักสูตรของคณะสงฆ์ โดยเฉพาะด้านนักธรรม-บาลี ให้มีการกำหนดวิทยาฐานะวุฒิการศึกษาที่ชัดเจน นอกจากนี้คณะกรรมการจัดทำร่างดังกล่าว จะได้ปรับเนื้อหาและดำเนินการจัดทำกฏหมายลูกประกอบร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการร่างฯจะปรับเนื้อหาให้เสร็จภายในวันที่ 19 พ.ค. 2559 เพื่อเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา พร้อมเสนอมส.พิจารณาในวันที่ 30 พ.ค. 2559 คาดว่าร่าง พ.ร.บ.นี้จะนำเสนอต่อนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอครม.ได้ภายในต้นเดือน มิ.ย. 2559

 

ที่มา : เดลินิวส์