'อดีตปธ.ทปอ.'ปัดหนุนแต่งกายข้ามเพศรับปริญญา

          25 ส.ค.55 มีการคาดการณ์ว่า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)จะมีมติในการประชุมวันที่ 26 ส.ค.นี้ ไม่อนุญาตให้นักศึกษาแต่งกายข้ามเพศเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  โดยการพิอจารณาเรื่องนี้ของ ทปอ. เป็นผลมาจากกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุญาตให้นายบารมี  พานิช  หรือ เด่นจันทร์  แต่งกายเป็นหญิงเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

          ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อดีตประธานทปอ. ให้สัมภาษณ์ ว่า ตนเป็นคนเสนอให้บรรจุเรื่องการแต่งกายข้ามเพศเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไว้ในวาระการประชุมของ ทปอ.วันที่ 26 ส.ค.  ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีการปฏิอบัติไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า  มหาวิทยาลัยเกินครึ่งจากสมาชิก ทปอ. 24 แห่ง  จะไม่เห็นด้วยกับการยอมให้นักศึกษาแต่งการข้ามเพศเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มทส.ก็อยู่ในฝ่ายไม่เห็นด้วยเช่นกัน
          ศ.ดร.ประสาท กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมา มทส.และมหาวิทยาลัยแห่งอื่น ๆ ไม่เคยกีดกันนักศึกษาเพศที่ 3   ยอมให้นักศึกษาชายแต่งการเป็นหญิงมาเรียน หรือทำกิจกรรมได้  แต่สำหรับการรับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น  ไม่เป็นการสมควรที่นักศึกษาจะแต่งกายเป็นอีกเพศเข้ารับพระราชทานปริญญา  เวลาจะรับพระราชทานปริญญาจะต้องมีการขานชื่อ ขานคำนำหน้าชื่อ เพราะฉะนั้น ตราบเท่าที่กฎหมายยังไม่อนุญาตให้ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ก็ควรจะแต่งกายให้ตรงการคำนำหน้าชื่อ
          “ การเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น ถือเป็นเกียรติสูงสุดของนักศึกษา  หมายถึงการเข้ารับพระราชทานปริญญาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมัยก่อนมีความเคร่งครัดมาก แม้แต่จะทำสีผมเป็นสีทองเข้ารับพระราชทานปริญญาน ก็ยังไม่ได้ มือขวาที่ใช้ยื่นออกไปรับพระราชทานปริญญาก็ต้องไม่มีการสวมแหวนหรือเครื่องประดับใด ๆ ทั้งสิ้น ปัจจุบัน ถึงแม้จะมีความหย่อนยานลงไปบ้าง แต่ใครขานเพศไหนก็ควรแต่งกายตามเพศนั้น ขณะเดียวกัน  บัณฑิตเอง ก็ควรพึงระลึกไว้ว่า การเป็นบัณฑิตนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะสอบได้ คะแนนถึง ก็เลยได้เป็นบัณฑิต   แต่ต้องถึงพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม รู้ว่า อะไรควร อะไร ไม่ควรด้วย “
          อดีต ประธาน ทปอ. กล่าวด้วยว่า จริงๆ แล้ว เรื่องทำนองนี้ เคยเข้าสู่การพิจารณาของ ทปอ.มาแล้วในการประชุมเดือนธันวาคม 2552  มีนักศึกษาชายร้องขอแต่งกายเป็นหญิงเข้ารับพระราชทานปริญญา และขอให้สร้างห้องน้ำให้เพศที่ 3  แต่ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นรองประธาน ทปอ.ในขณะนั้น อภิปรายไว้ว่า ถ้าเป็นการรับปริญญาทั่วไป รับจากผู้บริหาร รับจากใครก็ตาม นักศึกษาอาจจะแต่งกายข้ามเพศเข้ารับปริญญาได้ แต่ถ้าเป็นการเข้ารับพระราชทานปริญญาแล้ว สมควรที่นักศึกษาจะต้องแต่งการให้ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ควรแต่งกายข้ามเพศ  การประชุม ทปอ.ในครั้งนั้น จึงมีมติไม่ให้แต่งกายข้ามเพศเข้ารับพระราชทานปริญญา และยึดมตินี้มาจนถึงปัจจุบัน
          ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.สมคิด   เลิศไพฑูรย์   อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ที่ ม.ธรรมศาสตร์ดำเนินการก็ไม่ได้ตรงข้ามกับมติ ทปอ. ซึ่งก็ไม่ได้ห้ามเรื่องแต่งกายข้ามเพศ แต่มีมติในทำนองว่า ให้ใช้คำนำหน้าชื่อ ว่า นาย หรือ นางสาว ตามเพศเดิม
          อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องนี้บรรจุเข้าวาระการประชุม ทปอ. วันที่ 26 ส.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อให้เกิดความชัดเจนร่วมกัน เพราะ มีอธิการบดีมหาวิทยาลัยหลายคนโทรศัพท์มาสอบถาม และขอให้หารือกันอีกครั้ง เพราะมหาวิทยาลัยอื่นอาจยึดมติ ทปอ.เมื่อปี 2552 และตีความไม่ตรงกัน