ศึกษาภาคอาเซียนของรัฐก้าวกว่า 70 % ปล่อยภาคเอกชนต้องช่วยเหลือตัวเอง

   อาจารย์จินดา ตันตราจิณ ประธานกลุ่มเครือข่ายผู้บริหาร สถานศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการโรงเรียนจินดาพงศ์ กล่าวในเวทีอภิปรายในหัวข้อ “พลเมืองอาเซียนกับการศึกษา” ว่า ปีนี้ภาคการศึกษามีการตื่นตัวเรื่องประชาคมอาเซียนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังต้องบริหารจัดการอีกหลายด้าน เพราะยังไม่พร้อมเท่าที่ควร เนื่องจากแต่ละโรงเรียนเตรียมพร้อมกันจริงๆ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หรือในช่วงปีการศึกษา 2554 โดยเฉพาะโรงเรียนในสังกัดของรัฐบาลมีการเดินหน้าไปก่อน โดยเฉพาะในโครงการจัดตั้งโรงเรียนนำร่องจำนวน 54 แห่ง ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการเรียน การสอนหลักสูตรอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย 1. โรงเรียนนำร่องเพื่อสอนภาษาอังกฤษล้วนๆ หรือเรียกว่า “Sitter School” ซึ่งโรงเรียนกลุ่มนี้ต้องจัดให้สอนภาษาอาเซียน ภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ อีก 1 ภาษา และต้องมีศูนย์อาเซียนอยู่ภายในโรงเรียน ปัจจุบันมีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบได้แล้ว 30 แห่ง จากทั่วประเทศ 2.โรงเรียนที่มุ่งเน้นสอนภาษาอาเซียน 1 ภาษาในโรงเรียน หรือเรียกว่า “Buffer School”  โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้มี 24 โรง รวมโรงเรียนกลุ่ม 1 และโรงเรียนกลุ่ม 2 มีจำนวน 54 โรง แล้วในปัจจุบัน และ 3.จัดให้มีการจัดตั้งศูนย์การศึกษาในภูมิภาค หรือเรียกว่า “Education Hub” เพื่อให้พลเมืองในอาเซียนได้มาเรียนภาษา    

อาจารย์จินดา ตันตราจิณ ยังได้กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของโรงเรียนเอกชนถือว่ายังไม่ได้เริ่ม เนื่องจากขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณ ดังนั้นภาพรวมของการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนเอกชนอยู่ที่ว่า โรงเรียนเอกชนแห่งใด มีความพร้อมก็ให้ดำเนินการไปกันก่อน ฐานะของโรงเรียนเอกชนจึงอยู่ในลักษณะช่วยเหลือตัวเอง  ซึ่งในปัจจุบันจึงมีการร่วมกลุ่มกันระหว่างโรงเรียนเอกชนกว่า 700 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อทำหลักสูตรอาเซียนร่วมกัน มีการส่งตัวแทนของโรงเรียนเอกชนแต่ละแห่งไปดูงานที่สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว โดยเชิญเอกอัครราชทูตลาวร่วมให้คำแนะนำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรอาเซียน ของโรงเรียนเอกชน คาดว่าจะเสร็จไม่เกิน 1 เดือนข้างหน้าครอบคลุม 8 กลุ่มสาระ ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กล่าวโดยสรุปได้ว่า ประเทศไทยค่อนข้างเนื้อหอม  เพราะมีทรัพยากรมาก และนับเป็น 1 ใน 10 ประเทศอาเซียน ที่น่าสนใจที่ประเทศสมาชิกจะเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม เราต้องมีความพร้อมด้านกฎหมาย ซึ่งต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเหมือนๆ กัน เพื่อให้ 3 เสาหลัก ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข สำหรับโรงเรียนจินดาพงศ์ ปัจจุบันมีการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้อาเซียน ซึ่งอยู่ที่โรงเรียนจินดาพงศ์ มีการทำฐานความรู้ของประเทศสมาชิก 10 ประเทศในอาเซียนไว้ในฐาน 10 ฐาน เพื่อประกอบการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และทำรายงาน หากโรงเรียนใดจะเข้ามาดูงาน อนุญาตเปิดกว้างเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาเซียนร่วมกัน

 

เครดิต นสพ.แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/65432