อ๋อยปรับกลยุทธ์สั่งสพฐ.กระตุ้นเด็กเรียนอาชีวะ

    "อ๋อย" ปรับกลยุทธ์ใหม่ สั่ง สพฐ.ขับเคลื่อนเด็กเรียนอาชีวะ เปิดทางให้คนอาชีวะเข้าไปแนะแนวเรียนสายอาชีพในโรงเรียน เพื่อเพิ่มสัดส่วนสายอาชีวะเป็น 51% ระบุที่ผ่านมา กอศ.พูดอย่างเดียวเลยทำไม่สำเร็จ เล็งรื้อประกาศรับนักเรียนปี 2557 หากเป็นอุปสรรคการผลิตกำลัง
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการเสวนาปฏิรูปการศึกษาระดับอาชีวศึกษา เรื่อง “พัฒนาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน” ในงานประชุมระดับบริหารเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบาย “รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา” ว่า การเสวนาดังกล่าวมีการเสนอปัญหาอาชีวศึกษาอย่างเป็นระบบ แต่ปัญหาหลักคือ การต้องทำให้อาชีวศึกษาร่วมกับภาคเอกชนเพื่อร่วมกันผลิตแรงงาน พร้อมการเร่งนำระบบมาตรฐานวิชาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพมาใช้ เพื่อปรับภาพลักษณ์การเรียนอาชีวะใหม่ที่เรียนไปแล้วมีรายได้สูงตามระดับฝีมือแรงงาน ขณะเดียวกันการผลิตกำลังคนตามสัดส่วนเป้าหมายสายอาชีพกับสายสามัญ 51:49 นั้นอาจต้องมาดูโครงสร้างทั้งระบบ รวมถึงมีฐานข้อมูลการผลิตที่ชัดเจน ฉะนั้นจึงมีความคิดจะตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อวางแผนผลิตกำลังคน (กรอ.) กับอาชีวะ เพื่อขับเคลื่อนการผลิตกำลังตามเป้าหมายและความต้องการต่อไป
    สำหรับเป้าหมายการผลิตกำลังคนสายอาชีพกับสายสามัญ 51:49 นั้น ที่ผ่านมาจะเป็นทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นผู้ประกาศเป้าหมายขับเคลื่อน แต่ครั้งนี้ตนอยากให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ประกาศบ้าง เพื่อจะให้เขตพื้นที่ฯ และโรงเรียนทั่วประเทศร่วมกันเชิญชวนคนอาชีวะ ศิษย์เก่าอาชีวะที่ประสบความสำเร็จ และผู้ประกอบการเข้าไปแนะแนวการเรียนสายอาชีพในโรงเรียน เพื่อจูงใจนักเรียนไปเรียนสายอาชีพให้ได้ตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ศธ.จะไม่ไปกำหนดในนโยบายเพื่อจำกัดการเรียนสายสามัญ เพราะอยากให้ผู้เรียนได้มีสิทธิ์ตัดสินใจเองมากกว่า
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ประกาศรับนักเรียนปีการศึกษา 2557 ของ สพฐ.ยังไม่เอื้อให้นักเรียนมาเรียนสายอาชีพเท่าที่ควร เพราะกำหนดเกรดเฉลี่ยสะสมผ่านเพียง 2.00 ก็สามารถขึ้นเรียนต่อ ม.4 ได้ ฉะนั้นต้องมีการแก้ไขประกาศรับนักเรียน สพฐ.หรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า คงต้องมาพูดคุยกันทั้ง สพฐ. สอศ. ซึ่งหากแต่ละฝ่ายเห็นว่าอะไรที่เป็นอุปสรรคการผลิตกำลังคนตามเป้าหมาย 51:49 ก็จะต้องปรับปรุง อย่างไรก็ดี ยังยืนยันว่าไม่อยากบังคับ สพฐ.ให้จำกัดการรับนักเรียนสายสามัญว่าต้องเหลือเท่าไหร่ แต่อยากเน้นการจูงใจและสมัครใจมาเรียนอาชีวะศึกษาด้วยวิธีการแนะแนวมากกว่า
    ขณะที่ ศ.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) กล่าวว่า การตั้งเป้าหมายการผลิตกำลังคนสายอาชีพต่อสายสามัญ 51:49 จากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน 60:40 ถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย ฉะนั้นอาชีวะต้องสร้างแรงดึงดูด อย่างการประเมินค่าตอบแทนตามคุณภาพฝีมือของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพที่จะเป็นจุดแข็งของอาชีวะ จะต้องเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ส่วนการเปิดอาชีวะระดับ ป.ตรี ตนเห็นด้วย แต่ไม่อยากให้เน้นการผลิตมากนัก เพราะความต้องการของตลาดคือเด็กอาชีวะ ฉะนั้นอยากให้เน้นการเรียนการสอนที่จะทำให้เด็กมีคุณภาพ มีฝีมือแรงงาน สามารถจบไปมีงานทำจะดีกว่า
 
เครดิต นสพ.ไทยโพสต์