"จาตุรนต์"เปลี่ยนระบบเข้ามหา'ลัย เล็งยกเลิกรับตรงทั้งหมด

 “อ๋อย” ฟันธงรื้อระบบเข้ามหาวิทยาลัย เล็งเลิกสอบรับตรงทั้งหมด ระบุทิศทางต่อไปต้องลดสอบเหลือเฉพาะที่จำเป็น ให้อิงกับผลสอบส่วนกลางเป็นหลัก ชี้หากไม่เปลี่ยนระบบเข้ามหาวิทยาลัย ปฏิรูปการศึกษาเหมือนเดินบนเส้นด้าย ไม่มีทางเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เบื้องต้นมอบให้ สพฐ. สกอ. และ สทศ.ไปทำระบบสอบส่วนกลางร่วมกัน ยันมีเวลาให้เด็กปรับตัว 3 ปีเหมือนเดิม
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เสนอให้มีการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เพราะมีปัญหาทั้งซ้ำซ้อน สิ้นเปลือง ไม่เท่าเทียม และทำให้กวดวิชาเพิ่ม โดยเฉพาะการสอบรับตรงของมหาวิทยาลัย ว่า ตนทราบข้อเสนอดังกล่าว โดยประเด็นหลักๆ ที่ กกอ.เสนอคือ ให้ลดการรับตรง และให้รับผ่านส่วนกลางมากขึ้น ซึ่งต้องไปดูว่าจะรับนักศึกษาเข้าเรียนด้วยวิธีอย่างไร เพื่อแก้ปัญหามหาวิทยาลัยที่ต่างคนต่างรับ และแต่ละคณะก็รับกันเอง จัดสอบเอง แถมออกข้อสอบนอกหลักสูตร
    รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ข้อเสนอดังกล่าวถือว่าตรงกับนโยบายที่ตนกำลังดำเนินการอยู่ คือเปลี่ยนระบบคัดเลือกคนเข้ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะลดการสอบของคณะ ให้จัดสอบเฉพาะที่จำเป็นและมาเป็นใช้ผลการสอบกลาง ซึ่งอาจจะใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) โดยจะต้องไปคิดระบบการสอบกลางร่วมกัน ที่จะต้องสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนข้อกังวลของมหาวิทยาลัยที่เกรงว่าจะไม่สามารถคัดเลือกเด็กเข้าเรียนได้ ตามต้องการนั้น เรื่องนี้ไม่น่าห่วง เพราะมหาวิทยาลัยสามารถดูผลสอบและดูคุณสมบัติอื่นๆ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยสามารถเข้ามาช่วยกำหนดการสอบได้
    นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ตนยอมรับว่ามหาวิทยาลัยมีอิสระในการกำหนดการรับนักศึกษา และ รมว.ศธ.ไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซง แต่หากระบบมีปัญหาก็ต้องพยายามร่วมกันแก้ไข โดยทำให้สังคมเข้าใจและช่วยกัน ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายก็เห็นพ้องกันว่าต้องปรับเปลี่ยน ดังนั้นจึงต้องเปิดกว้างให้ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องช่วยการสะท้อนปัญหา เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งคิดว่ายังพอมีเวลาที่จะทำความเข้าใจร่วมกัน เพราะการจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องแจ้งให้นักเรียนทราบล่วงหน้า 3 ปี
    อย่างไรก็ตาม หากมหาวิทยาลัยยังยืนยันแนวทางเดิมก็มีสิทธิ์ เพราะมีอิสระตามกฎหมาย แต่มหาวิทยาลัยก็ยังต้องทำตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ถ้าเราใช้มติ ครม.ออกคำสั่งตอนนี้อาจไม่ได้ผล ต้องให้ส่วนรวมเห็นปัญหาว่าระบบที่ทำอยู่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการจัดการ ศึกษาพื้นฐานและการปฏิรูปการศึกษา และกระทบร้ายแรงต่อความไม่เท่าเทียม หากสังคมไม่เข้าใจมหาวิทยาลัยไม่เปลี่ยน เหมือนการปฏิรูปการศึกษาเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ทำมาอาจจะล้มเหลวหมด และที่สำคัญเราเห็นชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนไม่ได้
    "ทั้งนี้ เข้าใจว่าอาจมีบางคนที่คิดว่าหากเปลี่ยนอีกจะเกิดความยุ่งยาก ซึ่งคนที่คิดแบบนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนที่ค่อนข้างได้เปรียบ เช่น มีฐานะพอที่จะไปกวดวิชา มีปัญญาส่งลูกกวดวิชาและสอบหลายๆ ครั้ง ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่มีกำลังส่งลูกไปกวดวิชา หรือเสียค่าสมัครสอบหลายที่ ทำให้เสียเปรียบ เรื่องใหญ่คือระบบการคัดเลือกแบบนี้ทำให้ทั้งครู เด็ก และผู้ปกครองไม่สนใจการเรียนในระบบ ทุกคนจะมุ่งไปที่ว่ามหาวิทยาลัยออกข้อสอบอย่างไร ดังนั้น หากระบบการคัดเลือกยังเป็นแบบนี้ ไม่มีทางที่จะปฏิรูปการศึกษาได้" นายจาตุรนต์กล่าว

 

เครดิต  นสพ.ไทยโพสต์