ย้ำ!ไม่ยุบร.ร.ขนาดเล็กมุ่งพัฒนาต่อเนื่อง

                คกก. สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) ประกบรัฐ ระดมความคิดเห็นเสนอแผนยุทธศาสตร์ ร่วมกับตัวแทน ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ที่แบ่งเป็นโซนนิ่ง  5 ภูมิภาค ได้แก่  ภาคเหนือ , ภาคกลาง , ภาคอีสาน , ภาคใต้ และ ภาคใต้พิเศษ  โดยมี สำนักเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ.) ส่วนกลาง เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ณ. รร.ปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานครเมื่อเร็วๆนี้
 
                ครั้งนี้ได้มีการกำหนดเป้าหมายเพื่อการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ของทั้งภาคการศึกษาทางเลือก , การศึกษาแบบบ้านเรียน (โฮมสคูล)  และ การศึกษาของภาครัฐ ที่มาร่วมกันระดมความคิดเห็น สรุปข้อเสนอในประเด็นสำคัญ ต่อที่ประชุม เพื่นำมาเป็นฐานข้อมูล ในการจัดทำแผนการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนชุมชน ให้เกิดความหลากหลาย และ ไม่ให้เป็นแบบแผนเดียว หรือ เกณฑ์การประเมินแบบฉบับเดียว หรือมาตรฐานเกณฑ์เดียวกันทั่วประเทศ เพราะเนื่องจากแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาคมีความหลากหลาย และที่แตกต่างกัน...
 
                นางสิริกร  มณีรินทร์ ประธานกรรมการเครือข่ายการศึกษาทางเลือกโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนของชุมชน เปิดการประชุมระดมความคิดเห็น จัดทำข้อเสนอแนะ ที่ได้จากทั้ง 5 ภูมิภาค  เพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนชุมชน แทนการยุบควบรวม  พร้อมทั้ง พิจารณาให้มีการขอสนับสนุนงบประมาณอุดหนุน ไปยังโรงเรียนขนาดเล็ก ทั่วประเทศ และเน้นการให้การพัฒนาผู้บริหารและครูผู้สอน...
 
                นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ เลขาธิการ สกล.  กล่าวว่า  ไม่ขอได้ยินคำว่า “ยุบโรงเรียน” และขอเสนอให้หาทางออกเพื่อการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาไปด้วยกัน เน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาครูและผู้บริหาร ขอให้กระทรวงฯ พิจารณาการเลื่อนขั้น ผู้บริหารและครู ด้วยคุณภาพการศึกษาของเด็กในโรงเรียน  ผนวกกับเปิดใจรับและศึกษาแนวทางการให้การศึกษาแบบ การศึกษาทางเลือก , การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย เช่น โฮมสคูล ไปปรับใช้ ในการบริหารการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดรัฐ ให้เกิดความสำเร็จ  ซึ่งในขณะนี้  มีโรงเรียนของรัฐหลายโรงเรียน ที่ประสบความสำเร็จ สามารถบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพการศึกษาไม่ถึงเกณฑ์ ให้กลับมาได้มาตรฐาน อาทิ โรงเรียนบ้านกุดเสถียร , โรงเรียนอนุบาลสตูล และโรงเรียนในเครือข่ายการศึกษาทางเลือกอีกมากมาย
 
                ขณะที่ ทางด้าน นายสุรพล  ธรรมร่มดี นักวิชาการ ภาคการศึกษาทางเลือก (สกล.) เปิดเผยว่า แนวทางที่ต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดโรงเรียนเล็กที่มีคุณภาพ คือ ต้องมีการเปลี่ยนโครงสร้างการโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนแต่ละโรงเรียน โดยขอให้เกิดระเบียบข้อกำหนด  ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทุกโรงเรียน  ประจำตำแหน่งบริหารโรงเรียน ไม่น้อยกว่า 4 ปี  ถึงจะมีการขอโยกย้ายได้ และให้มีการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นให้มีความสำคัญและเป็นผลในการวัดคุณภาพการศึกษา... กระทั้งมุ่งสู่การให้ความรู้เด็กด้วย “ครูภูมิปัญญา” ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถและประสบการณ์ ร่วมถึงความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริง เน้นการพัฒนาครูให้เป็นผู้รอบรู้ และพัฒนาแนวทางการสอนให้สอดคล้องและสอดรับต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก....
 
                สรุปข้อเสนอประเด็นสำคัญของแต่ละภูมิภาค  ตัวแทน ผอ. สพป. ภาคกลางร่วมภาคตะวันออก มีความเห็นต่อการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ว่า ต้องปรับเกณฑ์การยุบควบรวมใหม่ หากมีความจำเป็นต้องยุบจริง ๆ คือ ต้องอยู่ในเงื่อนไข ที่ว่า
 
                “ชุมชนรอบโรงเรียน หรือ ท้องถิ่น นั้น ๆ ไม่ให้การสนับสนุน และที่สำคัญ ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า  20 คน”  ขณะที่  ข้อเสนอ จากตัวแทน ผอ.  สพป. ภาคใต้ และใต้พิเศษ  ระบุว่า “ภาคใต้และภาคใต้พิเศษเป็นพื้นที่ ที่ไม่สามารถยุบโรงเรียนขนาดเล็กได้ เนื่องจากปัญหาความไม่ปลอดภัย  และขอยืนยันในความสำคัญของตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ฉะนั้นทุกโรงเรียนในพื้นที่ต้องมีผู้อำนวยการโรงเรียน”   ส่วน ข้อเสนอจากตัวแทน ผอ. สพป. ภาคเหนือและภาคอีสาน วิเคราะห์สถานการณ์ ว่า “ภาคเหนือและภาคอีสาน มีจำนวนประชากรเด็กนักเรียนลดน้องลง เนื่องจากการคุมกำเนิด และเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นนักเรียนที่ครอบครัวมีรายได้น้อย  เด็กนักเรียน อาศัย อยู่กับ ตา ยาย หรือ ปู่ ย่า มีความเดือดร้อนในเรื่องของการเดินทาง การคมนาคม  ด้วยสภาพทางกายภาพ  ประจวบกับที่อยู่อาศัย ค่อนข้างอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ถิ่นทุรกันดาร เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ จึงไม่สะดวกและมีความลำบากอย่างยิ่ง หากมีการเคลื่อนย้ายเด็กให้ไปเรียนไกลบ้าน ไกลชุมชนออกไป จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่สูงขึ้น และยังทวีคูณ เรื่องการละทิ้งถิ่นฐานของผู้คนมากยิ่งขึ้น”
 
 
เครดิต  นสพ.คมชัดลึก