เด็ก-ครูไม่เห็นด้วย มหา'ลัยเลิกรับตรง

     เด็ก-ครูเห็นเหมือนกัน รื้อระบบสอบเข้ามหา’ลัยต้องแก้ที่ข้อสอบ GAT-PAT ชี้ยากจนเด็กส่ายหน้า เพราะออกเกินหลักสูตร แต่ไม่เห็นด้วยยุบสอบตรง แต่ให้ย้ายไปอยู่หลังประกาศผลแอดมิชชั่น ด้าน “อ๋อย” เล็งย้ายฤดูสอบตรงไปอยู่ช่วงช่วงปิดเทอม 2 ยันยังไม่สรุประบบสอบเข้ามหา’ลัยใหม่
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวในการประชุมเสวนาเรื่อง “ก้าวต่อไปหรือทางตันของระบบแอดมิชชั่นและการสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัย” ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ผู้แทนจากมหาวิทยาลัย อาจารย์ ครู และนักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วม เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าการปรับปรุงและพัฒนาระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยมีการปรับมาเป็นระยะ ซึ่งการปรับแต่ละครั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์และรอบนี้มีการแสดงความห่วงใยเข้ามามาก แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนในทันที เพราะเราคำนึงถึงการเตรียมตัวของเด็ก ดังนั้นผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องกังวล
    รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนมีความคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จะไปสอบตรงหรือสอบแยกให้อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 ไปแล้ว โดยเฉพาะในปีหน้าที่ปฏิทินการศึกษาจะเลื่อนตามอาเซียน จะทำให้ช่วงปิดเทอมใหญ่มีระยะเวลายาวขึ้น ทำให้จัดสอบได้อย่างสะดวก ตนไม่อยากให้มหาวิทยาลัยจัดสอบรับตรงช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนสอบปลายภาค เพราะนักเรียนต้องพะวงกับการสอบปลายภาคอยู่แล้ว ที่สำคัญการเลื่อนสอบรับตรงไปช่วงปิดภาคเรียนจะทำให้เด็กได้เรียนอย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นแล้วหากเด็กสอบรับตรงได้ก่อนก็จะทิ้งการเรียนในห้องเรียนไป ซึ่งความจริงแล้ว ศธ.ต้องการให้เด็กไทยได้เรียนรู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ไปสนใจแต่กวดวิชาเพื่อรู้เทคนิคตอบคำถามสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เท่านั้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวงเสวนา ผู้ร่วมเข้าเสวนาได้แสดงความคิดเห็นกว้างขวาง กลุ่มนักเรียนได้แสดงความเห็นส่วนใหญ่ไปที่ตัวข้อสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ว่ายากเกินไป เพราะผู้ออกข้อสอบคืออาจารย์มหาวิทยาลัย บางครั้งครูมัธยมยังทำข้อสอบ GAT-PAT ไม่ได้เลย ส่วนเด็กเมื่อได้อ่านแล้วยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก ข้อสอบทำมาเพื่อเด็กในเมืองที่เรียนกวดวิชา ไม่ได้ทำมาเพื่อเด็กรอบนอกเรียนแค่ในห้องเรียน ฉะนั้นข้อสอบไม่ได้วัดเด็กเก่ง แต่วัดที่ดวง
    ขณะที่ข้อเสนอการประกาศให้มหาวิทยาลัยยกเลิกการสอบตรงนั้น นักเรียนมองว่าจะทำให้เหลือเพียงแอดมิชชั่นครั้งเดียว ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่ขอให้ขยับการสอบตรงไปอยู่หลังประกาศผลแอดมิชชั่นแทน อย่างไรก็ดี มีประโยคหนึ่งของนักเรียนเรียกเสียงปรบมือได้ท่วมท้น คือ “เราไม่อยากเป็นหนูทดลองที่จะไปหาอะไรใหม่ที่ต่างออกไป”
    ผู้สื่อข่าวรานงานอีกว่า ในส่วนของครูได้แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกับนักเรียนว่า ข้อสอบ GAT-PAT เป็นข้อสอบที่ยากเกินไป ทั้งยังตั้งข้อสงสัยว่าทำไมสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไม่เฉลยข้อสอบที่จัดสอบไปแล้ว เพราะหากเผยแพร่คำตอบของข้อสอบ จะทำให้โรงเรียนสามารถไปต่อยอดพัฒนาการเรียนการสอนได้ เด็กจะคุ้นชินกับข้อสอบของ สทศ. แต่ สทศ.เองก็ยังทำข้อสอบผิดสม่ำเสมอ อย่างไรก็ดี ความผิดพลาดตรงนี้ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเปิดสอบตรงเองมากขึ้น
    ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวทิ้งท้ายในการเสวนาว่า หากเห็นว่าข้อสอบ GAT-PAT มีปัญหา ก็คงต้องปรับปรุงให้ออกข้อสอบให้อยู่ในหลักสูตรมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตนก็เคยให้นโยบายกับ สทศ.ไปบ้างแล้ว
 
 
เครดิต นสพ.ไทยโพสต์