สกว.หนุนทวิภาษาหวังช่วยดับไฟใต้ยั่งยืน

             24ต.ค.2556 เมื่อเร็วๆนี้ ณ ห้องณัฐ ภมรประวัติ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล - ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการสนับสนุนการวิจัย “การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาท้องถิ่นและภาษาไทยเป็นสื่อ: กรณีการจัดการศึกษาแบบทวิภาษา (ภาษามลายูปาตานี-ภาษาไทย) ในโรงเรียนเขตพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะที่ 3” และ “โครงการวิจัยต่อยอด” เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้อย่างยั่งยืน

              ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า “พื้นที่ชายแดนของประเทศเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แนวทางการพัฒนาการศึกษาต้องเคารพในความแตกต่างทางวัฒนธรรม สกว. ตระหนักถึงความสำคัญในการพยายามหารูปแบบและแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่มีความเหมาะสมกับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้รับความมือจากมหาวิทยาลัยมหิดล ในการดำเนินการวิจัยโครงการวิจัยปฏิบัติการเรื่อง การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาท้องถิ่นและภาษาไทยเป็นสื่อ: กรณีการจัดการศึกษาแบบทวิภาษา (ภาษามลายูปาตานี-ภาษาไทย) ในโรงเรียนเขตพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือโครงการทวิภาษา โดยการลงนามในครั้งนี้ สกว. ร่วมกับ ม.มหิดล และ ม.ราชภัฎยะลา จะร่วมกันดำเนินโครงการใน 2 ส่วน ได้แก่ โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ในโครงการวิจัยปฏิบัติการทวิภาษาฯ เพื่อชี้ให้เห็นว่าโครงการทวิภาษาก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแก่เด็กและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการอย่างมีนัยสำคัญ และโครงการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนการสอบแบบทวิภาษา โดยใช้ภาษาท้องถิ่นและภาษาไทยเป็นสื่อสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มร.ยะลา เพื่อหาแนวทางสร้างครูสำหรับโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแบบทวิภาษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อไป”

              ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยทวิภาษา กล่าวว่า “โครงการทวิภาษาเป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 - 2559 ปัจจุบันดำเนินการถึงระดับ ป.4 แล้ว นับเป็นนวัตกรรมใหม่ของการศึกษาไทย และเป็นแนวทางหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาสำหรับเยาวชนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกลไกของโครงการทวิภาษาจะให้ครูผู้สอนสื่อสารกับเด็กด้วยภาษามลายูท้องถิ่น ซึ่งจากเดิมไม่มีตัวอักษรในการเขียนจึงสร้างระบบโดยใช้อักษรไทยเป็นตัวสะกดถ่ายทอดเสียง ซึ่งเด็กๆ จะเริ่มเรียนจากการฟัง พูด ภาษามลายูท้องถิ่นให้เข้าใจก่อน แล้วจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาไทยต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการที่เด็กในพื้นที่อ่อนภาษาไทยทำให้การศึกษาในรายวิชาอื่นๆ อ่อนตามไปด้วย ภายหลังการดำเนินการกลับพบว่า เด็กในโครงการล้วนมีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และการเรียน”

              “อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการทวิภาษาในเขตพื้นที่ชายแดนใต้นอกเหนือจากปัจจัยด้านภาษาในพื้นที่แล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องความไม่สงบในพื้นที่ ดังนั้นการเรียนการสอนด้วยภาษามลายูท้องถิ่นถือเป็นการให้เกียรติ เคารพสิ่งที่ชุมชมภูมิใจ เนื่องจากภาษามลายูท้องถิ่นเป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวันของคนในชุมชนอยู่แล้ว เมื่อเกิดการสื่อสารระหว่างกันและกันของคนในพื้นที่ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการศึกษาดีขึ้นสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาในขั้นสูงยิ่งขึ้นต่อไปได้ นับเป็นการตอบโจทย์ของการแก้ปัญหาที่มาถูกทาง โดยใช้มิติการศึกษาที่ปูพื้นฐานตั้งแต่ระดับเยาว์วัย สามารถสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้ต่อไป” หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวเสริม

 

 

จาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก