เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ครูใช้ผลสัมฤทธิ์ นร. 80% ปี 57

    ปรับหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ เผยประเมินครูใช้ผลสัมฤทธิ์นักเรียน 80% ส่วนผู้บริหารสถานศึกษา 50% ชี้หัวใจสำคัญระบบใหม่ทำให้ครูไม่ทิ้งห้องเรียน จ้างใครทำผลงานไม่ได้ ผ่านหรือไม่ขึ้นกับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน เริ่มปี 57
    วันที่ 14 พฤศจิกายน นายนิวัตร นาคะเวช ประธานคณะทำงานปรับปรุงหลักเกณฑ์วิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ว17 เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังจัดทำรายละเอียดการปรับปรุงหลักเกณฑ์วิทยฐานะฯ ที่จะนำมาใช้ในการขอให้มีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศในสายผู้สอน สายผู้บริหารการศึกษา สายผู้บริหารสถานศึกษา และสายศึกษานิเทศก์ ซึ่งหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่นี้จะให้น้ำหนักของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมากขึ้นกว่าเดิม เช่น การประเมินวิทยฐานะสายผู้สอนจะให้น้ำหนักของผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนร้อยละ 80% ซึ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนจะกำหนดรายละเอียดปลีกย่อย อย่างคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ผลการทดสอบกลางที่กำลังจะดำเนินการอยู่ คะแนนด้านปัญญา ความมีจิตสาธารณะ การเคารพสังคมของผู้เรียน ส่วนอีก 20% จะดูปริมาณและสภาพงานของครู โดยครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนห่างไกลกันดาร ครูที่มีภาระงานสอนหลายชั้น และครูที่อยู่ในโรงเรียนที่อัตราครูขาดจะมีคะแนนให้ในส่วนนี้ด้วย ส่วนการประเมินวิทยฐานะสายผู้บริหารสถานศึกษาจะให้น้ำหนักผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนประมาณ 50% อีก 20% เป็นการดูแลครู อย่างการส่งเสริมการพัฒนาครู การส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพ และสัดส่วนที่เหลือ 30% จะดูการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา การมีส่วนร่วมกับชุมชน
    นิวัตรกล่าวอีกว่า การดูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนจะนำคะแนนโอเน็ตของผู้เรียนมาดู 2 ลักษณะ ทั้งระดับชาติและระดับโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและโรงเรียนขนาดเล็กนั้นจะดูการพัฒนาการของผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนมากกว่าที่จะนำมาเปรียบเทียบกับผลระดับชาติ หากนักเรียนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลมีพัฒนาการที่ดีขึ้นก็จะมีคะแนนส่วนนี้ วิธีการนี้จะเป็นผลดีกับโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะหากนำผลคะแนนของเด็กมาเปรียบเทียบกับคะแนนระดับชาติ โรงเรียนเหล่านี้ก็จะมีคะแนนต่ำกว่าอยู่แล้ว
    “การประเมินวิทยฐานะใหม่นี้หลักการสำคัญคือ จะทำให้ครูไม่ต้องทิ้งห้องเรียนและไม่ต้องไปจ้างใครทำผลงาน เพราะการจะผ่านการประเมินหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นหลัก ทั้งนี้ เมื่อจัดทำรายละเอียดทั้งหมดเสร็จแล้ว สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต้องนำเสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระบบ และเสนอนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. พิจารณาต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2557 กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด” นายนิวัตรกล่าว
 
 
 
เครดิต นสพ.ไทยโพสต์