สพฐ.ไม่เข็ดหลาบ แก้เกณฑ์สอบครู สัมภาษณ์150แต้ม

    สพฐ.ทำพิลึกเสนอปรับหลักเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย เพิ่มคะแนนสอบสัมภาษณ์จาก 50 คะแนนเป็น 150 คะแนน ชี้สร้างช่องโหว่ทุจริต ใช้เส้นสาย
    นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอขอปรับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ หรือ ว12 ในหลายส่วน ได้แก่ คะแนนการสอบภาค ก สอบความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัย คุณธรรม จริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา เดิมคะแนนเต็ม 150 คะแนน ขอปรับเป็น 100 คะแนน ภาค ข สอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง เดิมคะแนนเต็ม 150 คะแนน ขอปรับเป็น 100 คะแนน และภาค ค การสัมภาษณ์ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ เดิมคะแนนเต็ม 50 คะแนน ขอปรับเป็น 150 คะแนน ส่วนเกณฑ์การผ่านการสอบคัดเลือก สพฐ.จะขอให้ผู้สอบคัดเลือกต้องผ่านการสอบภาค ก และภาค ข คะแนนร้อยละ 60 ก่อน ไม่เช่นนั้นจะมาสอบในภาค ค ไม่ได้ โดยหลักเกณฑ์ปัจจุบันกำหนดให้ผู้สอบคัดเลือกสามารถสอบภาค ก, ภาค ข และภาค ค ได้เลยและต้องได้คะแนนร้อยละ 60
    เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สพฐ.ยังได้ขอให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบเองทั้งหมด ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.กำลังวิเคราะห์ข้อเสนอของ สพฐ.อย่างละเอียด โดยจะต้องดูผลดี ผลเสีย และเหตุผลความจำเป็นของการเสนอปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะต้องนำเสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญระบบที่เกี่ยวข้องพิจารณาในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ และนำเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.ในวันที่ 20 ธันวาคม
    รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.ค.ศ.แจ้งว่า การเสนอขอปรับเกณฑ์คะแนนสอบภาค ก, ภาค ข และภาค ค มีข้อวิตกกังวลว่าอาจจะเป็นช่องว่างให้เกิดการทุจริตช่วยเหลือผู้สอบคัดเลือกได้ โดยเฉพาะการเพิ่มคะแนนสอบสัมภาษณ์ ภาค ค เป็น 150 คะแนน จะทำให้ง่ายในการทุจริตได้ เพราะการสอบสัมภาษณ์เป็นการให้คะแนนโดยดุลพินิจของคณะกรรมการที่อาจจะให้คะแนนช่วยเหลือกันได้
    สำหรับความคืบหน้าการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2556 มีเขตพื้นที่การศึกษาที่แจ้งความประสงค์จะขอสอบแข่งขันจำนวน 63 เขต กลุ่มวิชาที่ขอเปิดสอบ 31 กลุ่มวิชา ตำแหน่งว่าง จำนวน 839 อัตรา ได้แก่ วิชาเอกเทคโนโลยีทางการศึกษา 2 อัตรา ปฐมวัยศึกษา/อนุบาลศึกษา 65 อัตรา ประถมศึกษา/การประถมศึกษา 32 อัตรา จิตวิทยาและการแนะแนว 2 อัตรา การเงิน/บัญชี 4 อัตรา บรรณารักษ์ 2 อัตรา คหกรรมทั่วไป 2 อัตรา เกษตรกรรม 1 อัตรา อุตสาหกรรมศิลป์ 3 อัตรา คอมพิวเตอร์ 27 อัตรา วิจิตรศิลป์ 1 อัตรา ศิลปะ 17 อัตรา ดุริยางค์สากล 1 อัตรา ดนตรีสากล 9 อัตรา ดนตรีไทย 10 อัตรา ดนตรี 19 อัตรา นาฏศิลป์ 25 อัตรา สุขศึกษา 2 อัตรา พลศึกษา 29 อัตรา สังคมศึกษา 35 อัตรา เคมี 13 อัตรา ฟิสิกส์ 31 อัตรา ชีววิทยา 6 อัตรา วิทยาศาสตร์ทั่วไป 33 อัตรา วิทยาศาสตร์ 29 อัตรา ภาษาอังกฤษ 99 อัตรา ภาษาจีน 19 อัตรา ภาษาเกาหลี 1 อัตรา ภาษาญี่ปุ่น 3 อัตรา ภาษาไทย 144 อัตรา และคณิตศาสตร์ 175 อัตรา ทั้งนี้ สำหรับปฏิทินการสอบคัดเลือกยังต้องเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาเห็นชอบ
 
 
 
เครดิต นสพ.ไทยโพสต์