สอบบีเน็ต สามเณร เรียบร้อยดี

วันนี้( 22 ก.พ.)ที่วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ อ.ศาลายา จ.นครปฐม สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านพระพุทธศาสนา หรือ บี-เน็ต (B-NET-Buddhism National Educational Test) สามเณรระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 ปีการศึกษา 2556 โดยมีพระราชวรมุนี(พล อาภากโร) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และนายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.ส่วนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ร่วมตรวจความเรียบร้อยของสนามสอบ

พระราชวรมุนี กล่าวภายหลังตรวจสนามสอบว่า การทดสอบครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยจัดสนามสอบทั่วประเทศ 14 สนามสอบ มีสามเณรเข้าสอบรวม 10,704 รูป แบ่งเป็นระดับชั้น ม.3 จำนวน 7,501 รูป ระดับชั้น ม.6 จำนวน 3,203 รูป ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ส่วนปัญหาการไม่ได้นำบัตรประจำตัวเข้าทดสอบมานั้น ครั้งนี้ถือว่ามีจำนวนน้อยมากกว่าครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากนักเรียนได้มีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น ทั้งนี้ในการทดสอบครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2557 หรือในปี 2558 จะมีการเปลี่ยนข้อสอบรูปแบบใหม่ตามหลักสูตร แม่กองบาลีสนามหลวง และแม่กองธรรมสนามหลวง จากเดิมที่สอบวิชาบาลี และวิชาพุทธประวัติกับธรรมวินัย จะเปลี่ยนเป็นสอบวิชาบาลี วิชาธรรมะ วิชาพุทธประวัติกับศาสนาพิธี และวิชาวินัย ซึ่งเนื้อหาจะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวง และสมเด็จพระวันรัต แม่กองธรรมสนามหลวง ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณภาพทางการศึกษาให้แก่ศาสนาทายาทรุ่นใหม่

พระราชวรมุนี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการทดสอบบีเน็ต จะมีผลดีต่อสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคณะสงฆ์ คือ 1.เป็นการประกันคุณภาพของโรงเรียนพระปริยัติธรรม 2.เป็นการรับประกันคุณภาพการศึกษาของสามเณร โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. และ3.การทดสอบเป็นการส่งเสริมให้สามเณรได้เตรียมพร้อมไปสอบบาลีสนามหลวง และธรรมสนามหลวงที่จะมีขึ้นต่อจากการสอบบีเน็ตด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมทุกแห่งให้ความสำคัญในการส่งสามเณรเข้าสอบบีเน็ต เพราะหากสามเณรไม่เข้าทดสอบก็จะมีผลต่อการประเมินคุณภาพสถานศึกษาด้วย

 

 

เครดิต : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์