โอเน็ต0แต้มเด็กตั้งใจส่งกระดาษเปล่า

    ‘จาตุรนต์’ มอบการบ้าน สพฐ.-สทศ.วิเคราะห์ผลสอบโอเน็ต ชี้การที่เด็กได้ 0 คะแนน เพราะส่งกระดาษเปล่า ไม่ได้แปลว่าไม่รู้เรื่อง แต่เป็นเพราะระบบไม่ได้ให้ความสำคัญกับโอเน็ต หรือให้น้ำหนักน้อยเกินไป ชี้ปีต่อไปเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามลำดับ โดยปี 58 สัดส่วน 50% ส่วนการออกข้อสอบกลางให้ สพฐ.และโรงเรียนช่วยกันออกฝ่ายละ 15% หวังกระตุ้นให้โรงเรียนพัฒนาทัดเทียมกัน
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเรื่องการนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น ฐาน ว่า ตามที่ ศธ.ได้ออกประกาศแนวปฏิบัติการนำผลโอเน็ตไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการ ศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ได้มีการหารือกับองค์กรหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อสอบกลาง เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนปลายปีการศึกษาในระดับชั้น ป.2, 4 และ 5 รวมถึงชั้น ม.1 และ 2 โดยหลายฝ่ายแสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ว่าอาจจะทำให้มีการสอบที่มากเกินไป ซึ่งจากการหารือมีข้อสรุปตรงกันว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้มีการสอบมากขึ้น และยังเป็นการจัดสอบแบบเดิม เพียงแต่ให้ค่าน้ำหนักโอเน็ตมากขึ้นจากเดิมที่ใช้อยู่ 20% เป็น 30% ในปี 2557 และ 50% ในปี 2558 โดยให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาด้วยเท่านั้น 

Name


    รักษาการ รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนการใช้ข้อสอบกลางของ สพฐ.ก็เป็นการใช้สอบปลายปีการศึกษาแทนการออกข้อสอบของโรงเรียน ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบจากเดิมโรงเรียนเป็นผู้ออกมาเป็น สพฐ.ออกข้อสอบ 15% และเขตพื้นที่ฯ ร่วมกับโรงเรียนอีก 15% ซึ่งการใช้ข้อสอบกลางก็จะทำให้ทราบถึงมาตรฐานและผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนต่างๆ มากขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมีข้อถกเถียงอีกว่า การใช้ข้อสอบกลางอาจไปสร้างแรงกดดันและเกิดการเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียน ได้ ซึ่งตนมองว่าปัญหาความแตกต่างในการจัดการศึกษามีอยู่แล้ว แต่การวัดผลดังกล่าวไม่ได้ต้องการสร้างแรงกดดันอะไร แต่ ศธ.ต้องการให้การวัดผลสร้างความรู้ความเข้าใจต่อผู้จัดการศึกษา จนนำไปสู่การพัฒนาส่งเสริมเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม จากนี้ไป ศธ.จะประกาศเรื่องการใช้โอเน็ตกับการใช้ข้อสอบกลางให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม และจัดเสวนาภาพรวมของระบบการทดสอบวัดผลต่อไป
    “สำหรับผลคะแนนโอเน็ตที่ สทศ.ได้ประกาศไปนั้น คะแนนมีทั้งต่ำลง สูงขึ้น และมีคะแนนต่ำสุดเป็น 0 คะแนนนั้น สาเหตุคงไม่ได้ไม่จากการที่เด็กไม่มีความรู้ แต่ประเด็นหลักคือเด็กส่วนหนึ่งไม่คิดจะเรียนต่อ และเด็กบางส่วนได้ที่เรียนแล้วเลยไม่ยอมทำข้อสอบและส่งกระดาษเปล่า ซึ่งทำให้เห็นว่าเรายังไม่ให้น้ำหนักกับโอเน็ตมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจบการ ศึกษาเพียงพอ ทั้งนี้ จึงขอให้ สพฐ.และ สทศ.กลับไปวิเคราะห์ผลสอบ และหาแนวทางการแก้ปัญหาต่อไป” นาจาตุรนต์กล่าว
    นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า สำหรับการดึงคะแนนโอเน็ตของนักเรียนที่ชั้น ป.6 และ ม.3 เพื่อไปประกอบการคัดเลือกเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 นั้นไม่มีปัญหาเว็บล่ม เนื่องจาก สทศ.ได้มีการจัดวางระบบไว้รองรับไว้อย่างดี โดยที่ผ่านมาพบว่าแม้จะมีการเข้าไปดูคะแนนพร้อมกัน 7 แสนคน ระบบก็ไม่ล่ม และยังใช้การได้ตามปกติ ส่วนการประกาศผลโอเน็ตชั้น ม.6 นั้น สทศ.ยืนยันประกาศผลตามกำหนดเดิมวันที่ 30 มีนาคม 2557

 

 

เครดิต นสพ.ไทยโพสต์