เสนอกรอบปฏิรูปศึกษาใหม่

    สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เตรียมเสนอแนวทางปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ แนะปฏิรูปการจัดการงบประมาณ ลดขนาดห้องเรียน กระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม คาดสรุปผล พ.ค.นี้ เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป
    ที่อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสมัชชาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา : เวทีกลุ่ม/เครือข่ายสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยมี ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี มร. กล่าวว่า ตนได้เฝ้าติดตามเรื่องการศึกษา และเห็นว่าสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการช่วยกันแก้ โจทย์ทางการศึกษา 4 ประเด็นหลักๆ ได้แก่ 1.ประเทศไทยมีการพูดถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษามากที่สุดในโลก แต่เมื่อดูการประเมินต่างๆ ระบบการศึกษาไทยกลับติดลบตลอดเวลา สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ต้องช่วยกันคิดและดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับการ ศึกษาไทย 2.เรื่องผลผลิต จากคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เห็นแล้วเชื่อว่าคนในแวดวงการศึกษาต้องตั้งคำถามและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น 3.การกระจายอำนาจ ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่เป็นการกระจายอำนาจจริงๆ เพราะในฐานะผู้บริหารสถาบันการศึกษา ทุกครั้งที่สังคมไทยมีการพูดถึงการกระจายอำนาจ หมายถึงการควบคุมมากขึ้นทุกที เราต้องย้อนกลับมาดูว่ากระจายอำนาจถูกทางแล้วหรือไม่ และ 4.อยากเห็นสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เข้าไปมีส่วนช่วยและพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เนื่องจากมีการเปลี่ยน รมว.ศธ.อยู่บ่อยครั้ง ทำให้การบริหารงานไม่ต่อเนื่อง
    รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ทางสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศ เบื้องต้นได้สังเคราะห์ปัญหาการศึกษาของประเทศเกิดจาก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การจัดสรรทรัพยากร ที่ผ่านมาเป็นการจัดสรรจากส่วนกลาง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูง 2.มีการผูกขาดโดยผู้ให้งบประมาณ และ 3.จัดสรรทรัพยากรไว้ที่เดียว ไม่มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน รมว.ศธ.เปลี่ยนนโยบายโดยไม่ได้สอบถามหน่วยงาน ผู้ปฏิบัติด้านการศึกษา ทำให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทันคัดค้านนโยบาย ทำให้เกิดผลกระทบ รวมถึงการใช้งบประมาณของ ศธ. 75% ใช้เรื่องการบริหารจัดการ แต่ในเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอน ผู้เรียน มีเพียง 25% เท่านั้น
    สำหรับประเด็นที่ต้องปฏิรูปเบื้องต้นมี 3 ด้านดังนี้ 1.ปฏิรูปการบริหารจัดการ โดยปรับบทบาท ศธ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากผู้ถืองบประมาณเป็นผู้กำหนดนโยบาย จัดระบบงบประมาณตรงถึงตัวผู้เรียน ให้อิสระคณะกรรมการโรงเรียนในการบริหาร ใช้มาตรการภาษีจูงใจภาคเอกชน ตั้งกองทุนสบทบภาคประชาชน จัดคูปองการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส 2.ปฏิรูปบุคลากรการศึกษา ต้องผลิตครูที่เน้นการปฏิบัติจริง ปรับระบบวิทยฐานะให้สะท้อนผลลัพธ์ที่นักเรียน ให้ทุกภาคส่วนกำกับและประเมิน มีการจัดสรรอัตรากำลังครูหรือบุคลากรการศึกษาให้เหมาะสมกับสภาพโรงเรียน และ 3.ปฏิรูปความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ โดยปรับปรุงกฎระเบียบที่กำกับความรับผิดชอบทุกระดับ ปรับระบบการวัดผลประเมินจาก ศธ. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และ 3.ลดขนาดห้องเรียน และกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่เป็นการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม จะมีการสรุปทั้งหมดอีกครั้งเพื่อนำเสนอในเวทีใหญ่ในวันที่ 24 เมษายน 2557 และจะสรุปให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2557 และเสนอรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

 

เครดิต นสพ.ไทยโพสต์