จาตุรนต์แย้ม อาจใช้มติครม.ปรับระบบสอบเข้ามหา'ลัย ชี้รับช่วงปิดเทอมเหมาะสุด

จาตุรนต์แย้ม อาจใช้มติคร
 
“จาตุรนต์”ย้ำรัฐบาลรักษาการทำอะไรไม่ได้มาก แต่ต้องทำปฎิรูปการศึกษา โดยเฉพาะปฎิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ เร่งปรับสอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกัน แย้มถ้าต้องเป็นมติครม.ก็ต้องทำ
 
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวในการบรรยายเรื่อง "การปฏิรูปการศึกษาภารกิจที่ท้าทาย" เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการต้องตระหนักว่าตนเองมีความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ แม้การเป็นรัฐบาลรักษาการดูเหมือนทำงานอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็ต้องทำงาน โดยตนมีนโยบายหลักในการปฏิรูปการศึกษาคือ เร่งปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สอดคล้องกัน ทั้งการเรียนการสอนกับการวัดประเมินผลด้วยแบบทดสอบกลางที่เป็นข้อสอบที่ออกมาเพื่อวัดการคิดวิเคราะห์ของเด็ก แต่ที่ผ่านมาผลคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตของนักเรียน ชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 ได้น้อยกว่าร้อยละ 50 ยกเว้นวิชาสุขศึกษา ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าสุขภาพเด็กไทยดีจริงหรือไม่ ขณะที่วิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษได้คะแนนต่ำมาก
 
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อไปว่า หากมีการกำหนดให้ใช้คะแนนโอเน็ตมาเป็นตัวตัดสินให้เด็กสอบผ่านหรือไม่ผ่านในแต่ละระดับชั้น ตนคิดว่าคะแนนโอเน็ตในตอนนี้คงจะบอกได้เพียงว่า เด็กสอบตกกันทั้งประเทศ แต่เราก็ยังจำเป็นต้องใช้คะแนนโอเน็ตเพื่อมาประเมินผลเด็กกันต่อไป แต่ผู้ออกข้อสอบคือสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. จะต้องมาหารือกับผู้สอนหรือครู ให้เข้าใจก่อน เพื่อให้การออกข้อสอบกับการสอนของโรงเรียนสอดคล้องกัน สำหรับการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เลื่อนการเปิดปิดภาคเรียน แต่โรงเรียนยังคงเปิดและปิดภาคเรียนเหมือนเดิม มีข้อดีคือ ทำให้นักเรียนชั้น ม.6 เรียนจนจบหลักสูตร และมีช่วงเวลาปิดภาคเรียนยาวขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะได้เปลี่ยนระบบการรับนิสิตนักศึกษา โดยหน่วยงานที่จัดสอบคัดเลือกเด็กก็ควรมาทำในช่วงนี้แทน จากเดิมที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งจัดสอบรับตรงตามอัธยาศัย โดยเริ่มรับกันตั้งแต่เด็กม.6 เริ่มเรียนสัปดาห์แรกของภาคเรียนที่ 1 ทำให้เด็กไม่สนใจเรียนในห้อง
 
“ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อจัดระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เกี่ยวกับการจัดระบบการสอบต่าง ๆ ซึ่งผมคาดหวังให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมมือรับเด็กในช่วงเดียวกัน และหากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งปฏิบัติตาม ผมพร้อมจะนำเข้า ครม. หรือ สรุปเป็นความเห็น เพื่อเสนอต่อครม.ชุดต่อไปให้”นายจาตุรนต์กล่าว
 
 
 
เครดิต นสพ.เดลินิวส์