ชี้สมศ.ยังสำคัญแต่ต้องปรับปรุง

วันนี้ (15 ก.ค.) ดร.สมเกียรติ ชอบผล ที่ปรึกษาสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สำนักพระราชวัง อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสนอให้ปรับปรุงหรือยุบเลิกสำนักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ว่า  พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้มีการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษา และประกันคุณภาพภายนอก ที่ประเมินโดย สมศ. ซึ่งในฐานะที่ตนเคยเป็นผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน และดูแลงานด้านวิชาการมาก่อนไม่เห็นด้วยหากมีการยุบเลิก สมศ. เพราะการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมามีผลงานเป็นรูปธรรม มีการปรับปรุงด้านต่างๆไปมาก โดยเฉพาะตัวชี้วัดเรื่องผู้เรียนเป็นคนดี เมื่อมีหน่วยงานภายนอกมาประเมินคุณลักษณะนักเรียนอย่างจริงจัง ก็เป็นแนวทางให้โรงเรียนดำเนินการเรื่องนี้ไปสู่เป้าหมาย แต่ถ้าไม่มีหน่วยงานภายนอกมาตรวจสอบการทำงานก็อาจจะไม่เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม สมศ.ยังมีจุดอ่อนเรื่องการนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาที่ยังมีข้อจำกัดมาก และต้องนำไปใช้พัฒนาให้เข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงปรับปรุงตัวบ่งชี้บางตัวที่ซ้ำซ้อนกับการประกันคุณภาพภายใน ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยถ้าจะทำให้การประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอกเหมือนกันทั้งหมด เพราะจะไม่เกิดประโยชน์อะไร   ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า หากต้องยุบเลิกหน่วยงานที่เทียบเคียงกับต่างประเทศในเรื่องการประเมินคุณภาพ การศึกษาคงน่าเสียดาย ซึ่งตนมองว่า สมศ.ควรทบทวนบทบาทของตนเอง เพราะที่ผ่านมา สมศ.ดำเนินการโดยคิดกติกาจากข้างบนลงมาข้างล่าง และนำมาใช้ประเมินคุณภาพ  ซึ่งตัวชี้วัดบางตัว เมื่อนำมาใช้ประเมินจริงก็ไม่เกิดประโยชน์เท่าไหร่  จึงอยากให้นำการประเมิน และการรับรองมาตรฐานในระดับสากลมาใช้ อย่างไรก็ตามในการประเมินคุณภาพการศึกษาอยากให้มุ่งความสนใจไปในระดับประถม ศึกษา และมัธยมศึกษาก่อน จากนั้นค่อยขยับมาระดับอุดมศึกษา. 

 

เครดิต นสพ.เดลินิวส์