สมศ.เมินเสียงค้านเดินหน้าใช้ ยอดบริจาคศิษย์เก่า ประเมินคุณภาพตามเดิม

บอร์ด สมศ. ไม่สนเสียงค้าน ยันเดินหน้าให้ใช้ “ศิษย์เก่าฯ” เป็นตัวบ่งชี้ประเมินรอบสี่ตามเดิม เน้นพิจารณาใน 2 ด้าน คือ ศิษย์เก่ามาทำประโยชน์และสถาบันให้อะไรศิษย์เก่า
 
สมศ.เมินเสียงค้านเดินหน้าใช้ ยอดบริจาคศิษย์เก่า ประเมินคุณภาพตามเดิม
ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
        ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สมศ. ได้หารือถึงเสียงคัดค้านตัวบ่งชี้ศิษย์เก่าทำประโยชน์ให้แก่สถาบัน ในประเด็นมูลค่าทรัพย์สินที่ศิษย์เก่าบริจาคให้สถานศึกษา ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (ประจำปีงบประมาณ 2559-2563) โดยที่ประชุมมีมติร่วมกันว่า ต้องมีตัวบ่งชี้ศิษย์เก่าฯ ไว้เหมือนเดิม เพราะการประเมินคุณภาพสถานศึกษาของประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็พิจารณาเรื่องนี้ และตัวบ่งชี้ดังกล่าวยังเป็นตัวสะท้อนคุณภาพสถานศึกษา และครูอาจารย์ได้อย่างดีว่าทำให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ และกลับมาช่วยเหลือสถาบันการศึกษาของตนเองหรือไม่ โดยที่ประชุมกำหนดให้พิจารณา 2 ด้านคือ ศิษย์เก่ากลับมาทำประโยชน์ด้านใดให้แก่สถาบันบ้าง และสถาบันให้อะไรแก่ศิษย์เก่าบ้าง
        
        ทั้งนี้ เกณฑ์การพิจารณาด้านศิษย์เก่าทำประโยชน์ด้านใดให้แก่สถาบันนั้น จะดูว่าศิษย์เก่ากลับมาร่วมพัฒนาด้านวิชาการ หรือวิชาชีพหรือไม่ มีส่วนร่วมในการพัฒนาอาคารสถานที่ อุปกรณ์การเรียนการสอน สิ่งแวดล้อมหรือไม่ และศิษย์เก่ามีส่วนร่วมสนับสนุนทรัพยากร เงินบริจาค หรือทุนการศึกษาให้แก่สถาบันหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการกำหนดวงเงินว่าจะต้องได้รับบริจาค เงินจากศิษย์เก่าเท่าไหร่ จึงจะได้คะแนนระดับใด เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการกำหนดวงเงิน เช่น สถาบันที่เปิดสอนตั้งแต่ 31 ปีขึ้นไป มีนักศึกษามากกว่า 30,000 คน หากได้เงินบริจาค 3 ปีมากกว่า 100 ล้านบาท ได้ 5 คะแนน เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้เปลี่ยนการพิจารณาคะแนนใหม่ โดยให้ดูตามเป้าหมายที่สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดเองแทน ส่วนเกณฑ์การพิจารณาสถาบันให้อะไรแก่ศิษย์เก่านั้น จะดูจากฐานข้อมูลศิษย์เก่า การติดต่อสื่อสารกับศิษย์เก่าอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการให้เกียรติ ยกย่อง เชิดชู หรือให้รางวัลแก่ศิษย์เก่า
        
        “ทุก วันนี้แม้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษา แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันสถานศึกษามีเพิ่มมากขึ้น จึงต้องกระจายงบลงไปทุกแห่ง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่ตัดประเด็นเรื่องเงินบริจาคออกไป เพราะหากสถาบันการศึกษาได้ศิษย์เก่ากลับมาช่วยสนับสนุนผ่านเงินบริจาค หรือสิ่งของต่างๆ ก็จะทำให้สถาบันการศึกษามีงบฯ ที่จะนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ศิษย์เก่าจะกลับมาทำประโยชน์ให้แก่สถาน ศึกษา ก็คือ การให้ทุนการศึกษาแก่รุ่นน้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก และยังเกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสถาบันกับศิษย์เก่าด้วย” ผอ.สมศ. กล่าว.

 

เครดิต นสพ.ผู้จัดการ